พระราม9 แขวงห้วยขวาง 066 115 6837

tsctheskin.ads@gmail.com

หัวล้าน ผมร่วง เกิดจากอะไร? – 18 สาเหตุ และวิธีปลูกใหม่ให้ดกเหมือนเดิม

รู้หรือไม่ว่า มันเป็นเรื่องปกติที่จะมีผมหลุดร่วงทุกวัน ซึ่งหากผมร่วงในปริมาณที่ไม่เยอะนัก แต่หากมีการหลุดร่วง จนเกิดภาวะหัวล้านเป็นหย่อม หรือบางจุดแล้วหล่ะก็ นี่อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก และ อาจมีความกังวลกัน

ในขณะที่ชายและหญิงมีสิทธิ์ที่จะเกิดอาการผมร่วง และ หัวล้านได้พอๆกัน แต่มักมีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป โดยคนไทยส่วนใหญ่มักละเลยกับปัญหาผมร่วง โดยการซื้อยามารับประทาน โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ในบทความนี้ เราจะมีการแนะนำถึง ปัญหาผมร่วง และ วิธีการรับมือ

ประเภทของผมร่วง ที่รู้จักกันดี

อาการผมร่วงมีได้หลายประเภท ซึ่งสามารถแยกออกได้เป็นลักษณะดังนี้

  • ผมค่อยๆร่วง หรือ ร่วงเป็นกระจุก
  • ผมบาง
  • ร่วงแต่สามารถงอกใหม่เองได้
  • ไม่สามารถงอกใหม่เองได้
  • จำเป็นที่จะต้องรักษาโดยทันที

ข้อมูลจาก thehairsociety.org กล่าวเอาไว้ว่า มากกว่า 60% ของผู้ชายจะต้องเจอกับอาการผมร่วงในช่วงอายุ 50 ปี และ 50% ของผู้หญิงส่วนใหญ่จะเจอกับปัญหาผมร่วงตลอดชีวิต โดยที่ ผู้หญิงอายุ 40 ขึ้นไป มัดผมเป็นประจำ รวมถึง หญิงคลอดบุตร มักจะประสบกับปัญหาผมร่วงมากที่สุด

เรามาดูกันว่า สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีได้กี่ประการ?

1. อาการร่วงหัวล้านที่เกิดจาก กรรมพันธุ์  (androgenic alopecia)

ทั้งหญิง และชาย มีโอกาสที่จะมีผมร่วงได้จากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่เป็นกันมากที่สุดในโลก และสำหรับในเพศชายนั้น ผมร่วงประเภทนี้เรียกว่า pattern hair loss ซึ่งจะมีผมร่วง ที่ตรงกลางศีรษะ และด้านหน้า โดยที่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นเช่นกัน

การที่ผมร่วงด้วยสาเหตุนี้ เรียกว่า androgenic alopecia โดยที่หากเกิดในผู้หญิง มักจะเริ่มต้นจากการสังเกตเห็นผมบางลง แต่สำหรับผู้ชายนั้นมักจะเริ่มต้นจากแนวผมถูกร่นไป (หัวเริ่มเถิก) หรือเริ่มมีหัวล้านเป็นหย่อมๆ ตรงกลางหัว นั่นเอง

สามารถรักษาได้หรือไม่?

สามารถทำได้ การรักษาโดยแพทย์ จะช่วยหยุด หรือ ทำให้ร่วงช้าลง และยังช่วยในการปลูกผมใหม่ได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี ผมจะร่วงต่อไปเรื่อยๆ


2. อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่เป็นเหตุให้ร่วงได้

ด้วยอายุที่มากขึ้นทุกวัน ทำให้การงอกใหม่ของเส้นผมเป็นได้อย่างช้าๆ และเมื่อถึงในจุดหนึ่ง การหลุดร่วงทำให้การงอกใหม่ของเส้นผมไม่ทันที่สูญเสียไป ซึ่งทำให้เกิดอาการผมบาง ผมเริ่มเปลี่ยนสีเป็นจางลง และ แนวไรผมเริ่มถอย

รักษาได้หรือไม่?

หากเข้าพบแพทย์ตั้งแต่ต้นจะสามารถรักษาได้ ด้วยสาเหตุที่มาจากอายุ และการรักษานั้นจะเป็นการปลูกผมในเทคนิคต่างๆซึ่งจะทำให้ผมกลับมาใหม่ได้


3. ผมร่วงเป็นหย่อม Alopecia areata จากภูมิคุ้มกันตัวเอง

อาการผมร่วงเป็นหย่อมมักเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายตัวเอง ทำลายรากของเส้นผมของตัวเอง ทำให้เกิดอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนในร่างกาย รวมถึงบนศีรษะ ในรูจมูก และแม้แต่ในหูด้วย และในบางคนอาจพบเรื่องขนตา หรือ ขนคิ้ว ร่วงได้

อ้างอิง Siriraj Online โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ท้้งหญิงและชาย โดยมีอายุเฉลี่ยๆ 30 ปี และมีอัตราการเกิดราวๆ 1 ใน 1,000 คน หรือ ราวๆ 0.1% นั่นเอง

โรคนี้ แก้ด้วยการปลูกผมได้หรือไม่?

แน่นอนว่าสามารถทำได้ ซึ่งเมื่อพบอาการนี้ควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อทำการปลูกผม หรือ ขน บริเวณที่ได้รับผลกระทบ


4. ผมร่วงจากการรักษามะเร็ง (Cancer Treatment)

หากผู้ป่วยเป็นหนึ่งในผู้ป่วยมะเร็ง โดยได้รับการฉายรังสี ที่ศีรษะ หรือ คอ อาจทำให้เกิดอาการผมร่วงทั้งหมด หรือบางส่วนได้  หลังจากการเข้ารับการรักษาไม่กี่สัปดาห์ และนอกเหนือจากนั้น หากได้รับการทำคีโมด้วยแล้ว เนื่องจากมียาบางประเภทที่ทำให้ผมร่วงด้วยเช่น

  • Altretamine (Hexalen)
  • Carboplatin (Paraplatin)
  • Cisplatin (Platinol)
  • Cyclophosphamide (Neosar)
  • Docetaxel (Taxotere)
  • Doxorubicin (Adriamycin, Doxil)
  • Epirubicin (Ellence)
  • Fluorouracil (5-FU)
  • Gemcitabine (Gemzar)
  • Idarubicin (Idamycin)
  • Ifosfamide (Ifex)
  • Paclitaxel (multiple brand names)
  • Vincristine (Marqibo, Vincasar)
  • Vinorelbine (Alocrest, Navelbine)

อ้างอิง cancer.net 

สามารถปลูกผมให้กลับมาใหม่ได้หรือไม่?

โดยมากแล้ว ผมจะกลับมางอกใหม่หลังจากหยุดการรักษาด้วยคีโม หรือ การฉายรังสี ไปแล้วไม่กี่เดือน ซึ่งแพทย์ผิวหนังอาจมีการจ่ายยาเพื่อเร่งให้ผมกลับมาเหมือนเดิม

สามาถป้องกันได้หรือไม่?

การประคบเย็น ก่อน และ ระหว่าง ให้คีโม อาจช่วยให้ผมร่วงน้อยลงกว่าเดิมได้ (อ้างอิง aad.org)


5. อาการเจ็บป่วย การคลอดบุตร หรือ ความเครียด ทำให้ผมร่วงได้

ผมร่วงหลังคลอดอันตรายไหม

เพียงไม่กี่เดือนหลังจากคลอดบุตร การหายจากอาการป่วย รวมถึง การผ่าตัด เราหลายคนอาจสังเกตเห็นได้ว่า มีผมร่วงมากขึ้นเมื่อมีการหวีผม หรือแม้แต่เส้นผมบนหมอน และ บนที่นอน รวมถึงจากความเครียดสะสม จากการหย่าร้าง หรือการสูญเสีย

แก้ไขได้หรือไม่?

หากสามารถจัดการกับความเครียดได้ ร่างกายจะตอบสนองได้ดีขึ้น และทำให้ผมร่วงน้อยลง และเมื่อผมร่วงน้อยลง ก็จะสังเกตุเห็นได้ว่าผมกลับมาหนาชึ้นได้ โดยจะใช้ระยะเวลาราวๆ 6-9 เดือน


6. ทำผมเป็นประจำ ผมก็บางได้ รู้หรือยัง?

ย้อมสีเป็นประจำ การยืดผม หรือการตกแต่งทรงผมบ่อยครั้ง เป็นเหตุผลที่ทำให้เส้นผมเสียหาย บาง และหลุดร่วงได้ในที่สุด

การลดการทำผมลง จะเป็นตัวแก้ที่ดีที่สุด แต่หากว่า หลุดร่วงจนกลายเป็นหัวล้าน หัวเถิก อาจต้องเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษา เช่นการปลูกผม นั่นเอง


7. มัดผมตึง ดึงจนเถิก 

เกิดได้ทั้งชายและหญิงที่มีผมยาว โดยการมัดผมและดึงหนังศีรษะไปด้านหลัง การมัดตึงในลักษณะนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดศีรษะล้าน หัวเถิกได้ ซึ่งวิธีการรับมือ เช่น ไม่รัดผมจนตึงเกินไป และเปลี่ยนวิธีการม้วนผมไม่ให้มีการดึง (tension) ที่เยอะเกินไปนั่นเอง


8. ฮอร์โมนไม่สมดุลย์ (PCOS)

สาเหตุหลักของเรื่องนี้คือ Polycystic Ovary Syndrome หรือ PCOS โดยเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งสังเกตได้จากการมีประจำเดือนนานกว่าปกติ รวมถึง อาจมี ฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ (Androgen) โดยที่ยังไม่ทราบสาเหตของโรคนี้

โดยปัญหานี้จะนำไปสู่การหลุดร่วงของเส้นผม และวิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการหยุดยาคุมบางประเภท ซึ่งทำให้เกิดความไม่สมดุลย์กันของฮอร์โมน หรือการเข้าพบแพทย์ เพื่อปรึกษาและอาจมีการปลูกผมร่วมด้วย


9. ติดเชื้อบนหนังศีรษะ 

การติดเชื้อบนหนังศีรษะจากเชื้อรา (Tinea Capitis) มักทำให้เกิดผมร่วงบางจุดบนศีรษะ โดยอาจเริ่มต้นจาก จุดเล็กๆสีดำบนหัว และในบางรายเราจะเป็นหัวล้านเป็นหย่อม ซึ่ง สามารถรักษาได้


10. กินยาแล้วผมร่วง หัวล้าน

เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางประเภท ซึ่งมีผลทำให้ผมร่วง ถึงขั้นหัวล้านได้เลยทีเดียว หากรับประทานยาแล้วเกิดอาการแบบนี้ ให้ปรึกษาแพทย์ทันที แต่อย่างไรก็ดี ไม่แนะนำให้หยุดยา หากไม่ได้พบแพทย์ก่อน

ตัวอย่างยาที่ทำให้ผมร่วงเช่น

  • ยารักษาสิว ที่มีส่วนผสมของ วิตามินเอ
  • ยาฆ่าเชื้อ ยาฆ่าเชื้อรา
  • ยาโรคเครียด
  • ยาคุมกำเนิด
  • ยาลดไขมัน ลดความดัน
  • ยาที่กดภูมิคุ้มกัน
  • ยาคีโม ที่ใช้รักษามะเร็งเต้านม หรือ มะเร็งส่วนอื่นๆ
  • ยารักษาโรคลมชัก
  • ยาฮอร์โมน
  • ยารักษาอาการทางด้านอารมณ์
  • ยารักษาโรคพาคินสัน
  • ยาแก้ปวดที่ไม่มีเสตียรอยด์
  • เสตียรอยด์
  • ยารักษาไทรอยด์
  • ยาลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม อาจทำให้เกิดอาการผมบาง ซึ่งแม้ว่าการลดน้ำหนักจากการออกกำลังกาย การปรึกษาแพทย์ในการลดอาหารเช่น การใช้ปากกาลดน้ำหนัก หรือ การคุมอาหารจะเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด แต่ การลดอย่างรวดเร็วเกินไป ทำให้ร่างกายสูญเสียสารอาหาร และเป็นเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้

อ้างอิง Webmd.com

อย่างไรก็ดี อาการผมร่วงที่เกิดจากการรับประทานยานั้น สามารถรักษาให้หายได้ และสามารถปลูกผมให้กลับมาเงางาม หนา ได้ใหม่อีกครั้ง


11. โรคสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะ (Scalp psoriasis)

โรคสะเก็ดเงิน หรือที่เรียกว่า Scalp Psoriasis เกิดจากความเครียด การแกะเกา ได้รับสารเคมี รวมถึงการติดเชื้อไข้หวัด ที่มักเป็นตุ่นสีแดง บริเวณผิวหนัง หนังศีรษะ ไปจนถึงเท้า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผมร่วงได้ โดยการรักษาจะต้องเข้าพบแพทย์ผิวหนัง

สามารถรักษาเรื่องผมร่วงจากสาเหตุนี้ได้ไหม?

สามารถรักษาได้ แต่จำเป็นจะต้องรักษาโรคสะเก็ดเงินเสียก่อน ซึ่งใช้เวลา โดยต้องพบแพทย์ผิวหนังเท่านั้น ซึ่งหากเข้าพบเร็ว อาจสามารถรักษาผมส่วนใหญ่ไว้ได้


12. ความเคยชิน ชอบดึงผมตัวเอง

บางคนอาจแค่เป็นนิสัยเวลาคิดงาน หรือเรียนไปด้วยชอบดึงผมตัวเองไปด้วย และสำหรับผู้ที่เป็นโรค เช่น Trichotillomania โรคชอบดึงผมตัวเอง เพื่อโฟกัสกับงานมากเกินไป หรือ เมื่อมีความวิตกกังวล หรือ เครียด เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้

การดึงผมตัวเองเล่น ไม่ได้เป็นการทำลายรากผม ซึ่งสามารถกลับมางอกใหม่ได้ แต่ต้องหยุดดึงผมเสียก่อน


13. หนังศีรษะอักเสบ (Scarring Alopecia)

อาการหนังศีรษะอักเสบเกิดขึ้นได้จากสาเหตุต่างๆหลายประการซึ่งล้วนแล้วแต่ทำลายรากผม ซึ่งการอักเสบสามารถเป็นได้แบบเบา และแบบหนักคือถึงขั้นติดเชื้อเลยทีเดียว

การรักษาจะต้องปลูกผมใหม่เท่านั้น

หากผู้ป่วยมีอาการหนัก เช่นรากผมถูกทำลายจากสาเหตุนี้ จำเป็นจำต้องปลูกผมใหม่เท่านั้น


14. การติดเชื้อจากการร่วมเพศ (STI)

หากมีการติดเชื้อจากการร่วมเพศ หรือที่เรียกว่า sexually transmitted infection อาจทำให้ผมร่วงได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่นโรคซิฟิลิส ที่ มีทั้ง 3 ระยะ โดย ระยะแรกจะไม่ได้ทำให้ผมร่วง แต่เมื่อเข้าระยะที่สอง จะทำให้มีผมร่วงเป็นหย่อมๆ รวมถึงขนคิ้วด้วย

การหยุดอาการผมร่วง ควรเข้ารับการรักษาโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเสียก่อน จึงปรึกษาหมอศัลยกรรมปลูกผมต่อไป


15. เป็นไทรอยด์ ทำให้ผมร่วงติดหวีได้

หากเป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ จะมีผลข้างเคียงทำให้ผมร่วงและบางได้เช่นเดียวกัน โดยที่ หลายคนอาจสังเกตว่า เวลาหวีผม จะมีผมติดออกมาเสมอ

การรักษา 

จำเป็นจะต้องรักษาอาการไทรอยด์เท่านั้น และเมื่อหายแล้ว ผมสามารถกลับมางอกได้ตามปกติ


16. ขาดสารอาหาร และแร่ธาตุ 

คำถามคือ ขาดสารอาหารอะไร และ แร่ธาตุอะไร ที่ทำให้ผมร่วงได้ เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน หรือ ซิงค์ หากมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะทำให้เห็นว่ามีผลร่วงได้อย่างชัดเจน

วิธีการรักษา ไม่จำเป็นที่จะต้องปลูกผมใหม่ แค่เพียงรับประทานวิตามิน อาหารเสริมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพียงเท่านี้ก็จะมีผมงอกออกมาปกติแล้ว


17. ศีรษะถูกถู ขัด อย่างแรง บ่อยครั้ง และ ยาวนาน

Frictional Alopecia คือสาเหตุหนึ่งของอาการผมร่วง หัวล้าน ซึ่งเกิดจากการที่ผมถูกถู รวมไปถึงรากผมหลุดจากการกระทำนั้นๆ

การถักเปีย หรือ การมัดผม ทำผมบ่อยๆ เกาหัวบ่อยๆ อาจทำให้เกิดการเสียดสี และเกิดผมร่วงได้ วิธีการแก้ก็คือการเปลี่ยนสไตล์การมัดผม และไม่ขัดถู เกา บริเวณหนังหัวบ่อย


18. ถูกพิษ ได้รับสารแปลกปลอม

การได้รับสารพิษเข้าในร่างกายจำนวนน้อยๆ เป็นระยะเวลานานๆ ทำให้ผมร่วงได้ อย่างชัดเจน ซึ่งสารพิษเหล่านี้น ยกตัวอย่างเช่น

  • สารโลหะหนัก
  • แทลเลียม (ธาตุโลหะสีเทา)
  • สารปรอท
  • สารลิเธียม (โลหะหนักอีกประเภทหนึ่ง)

และหากได้รับสาร วอร์ฟาลิน เป็นจำนวนมาก เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด จะทำให้ ผมร่วงได้อย่างชัดเจนที่สุด และหากได้รับวิตามิน A มากเกินไป หรือ เซเลเนียม ก็ทำให้ผมร่วงได้เหมือนกัน

การรักษาปัญหาผมร่วง

สามารถหยุดอาการผมร่วงได้โดยการไม่รับประทานสารพิษเหล่านี้ ผมจะกลับมาใหม่อีกครั้งได้


จะรู้ได้อย่างไรว่า เราเป็นผมร่วงแบบไหน?

เมื่อเกิดเหตุการณ์ผมร่วง หลายคนต้องสงสัยว่า เกิดจากอะไร และวิธีรักษาเป็นแบบไหน ซึ่งการที่มีผมร่วง อาจเป็นได้แบบชั่วคราว และ ถาวร โดยเกิดจากหลักการที่กล่าวไว้เบื้องต้น เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ หรือเกิดจากกรรมพันธุ์

ผมร่วง ผมบาง

การมีผมร่วงจนหัวล้าน คือการที่มีผมร่วงมากกว่าผมเกิดใหม่ และอาการผมร่วงที่พบได้มากที่สุดเกิดจากอายุ และ กรรมพันธุ์ (อ้างอิง mayoclinic.org – Hair Loss) ซึ่งหลายคนก็ปล่อยให้ผมร่วงจนหมดหัว บางคน อาจใช้วิกผม แต่อย่างไรก็ดี การรักษาต้นตอของปัญหา และ การ ปลูกผมใหม่ เป็นเรื่องที่ทำได้เสมอ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดังนั้นก่อนที่จะไปหาวิธีต่างๆ ที่จะปลูกผม หรือ รักษารากผม จำเป็นจะต้องรู้ต้นตอของปัญหาเสียก่อน และ นี่คือ อาการที่เกิดขึ้นตอนผมร่วง

  • ผมค่อยๆบางจากกลางหัว – ปัญหานี้พบได้มากที่สุด โดยที่ผมตรงกลางศีรษะเริ่มบาง
  • ร่วงเป็นหย่อมๆ และกลายเป็นหัวล้านเป็นจุดๆ – มีบางคนที่ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นกระจุก และอาจมีอาการคันบริเวณที่ร่วง หรือเจ็บผิว ก่อนที่จะร่วงได้ด้วย
  • ผมร่วงอย่างรวดเร็ว – เกิดจากอาการช๊อค  สภาพจิตใจ โดยผมร่วงติดมือเป็นกระจุกได้ หรือหากมีการหวีผม ก็จะติดออกมาเป็นกระจุกเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นอาการไม่ถาวร
  • ผมร่วงทั้งหัว – มักเกิดจากการใช้ยา เช่น ยาเคมี อย่าง การทำคีโม
  • ร่วงเป็นหย่อม ติดเชื้อรา – เป็นกลากเกลื้อนบนหนังศีรษะ ทำให้ผมร่วงเป็นกระจุกได้เช่นเดียวกัน

เมื่อไหร่ที่ต้องพบแพทย์?

การพบแพทย์ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย อีกทั้งยังเป็นการตรวจสุขภาพไปด้วยในตัว และควรไปหาหมอเมื่ออาการผมร่วงไม่ดีขึ้น และหากต้องการรักษาผมเอาไว้ ควรรีบพบแพทย์ ปรึกษา ตั้งแต่ต้น

ALMI Nano Fat Transfer กระตุ้นรากผมด้วยไขมันตัวเอง

จำเป็นที่จะต้องแจ้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหากพบการหลุดร่วงแบบเป็นหย่อมๆ เป็นกระจุก มากกว่าการร่วงแบบปกติทุกวัน ซึ่งวันหนึ่งคนเรามักจะมีผมร่วงตั้งแต่ 50-100 เส้น อยู่แล้ว

สำหรับ ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง เริ่มล้าน สามารถปรึกษาแพทย์ได้ที่ The Skin Clinic ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

 

READ MORE>>>