พระราม9 แขวงห้วยขวาง 066 115 6837

tsctheskin.ads@gmail.com

ปลูกผม สำหรับคนแปลงเพศ – 7 อย่างควรรู้ สำหรับเพศทางเลือก

ปัจจุบันเราคงได้เห็นกระแสเกี่ยวกับเพศทางเลือก โดยที่มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ และ บริการ ที่พุ่งเป้าไปยัง สาวสอง สาวหล่อ และ ผู้แปลงเพศกัน (LGBTQ) กันมากมาย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่อาจเป็นกระแสในอนาคตก็คือ บริการปลูกผม สำหรับสาวสอง สาวหล่อ และกลุ่มแปลงเพศ ซึ่งก่อนทำการปลูกผม มีเรื่องหลายประการที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ควรรู้สำหรับชาว LGBTQ ก่อนตัดสินใจปลูกผม

กินยาฟาวิแล้วผมร่วง
การปลูกผมสำหรับ Transgender มักจะต้องคำนึงถึง Hairline หรือ แนวเส้นผมเป็นหลัก

สำหรับคนไข้ที่ถูกจัดเป็นกลุ่มแปลงเพศ ซึ่งบริการปลูกผมลักษณะนี้ จะเป็นการเติมเต็มในบริเวณที่ผมบาง ขาดหลุดร่วงบ่อย ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการเปลี่ยนเพศอย่างมาก ทางการแพทย์ มีการแตกแขนง การปลูกผมลักษณะนี้เป็น 2 รูปแบบคือ

  • MtF (Male to Female) – การแปลงเพศจากชายไปหญิง ซึ่งต้องมีการเข้ากระบวนการ Feminisation Procedure สำหรับการปรับรูปผมจากชายไปหญิง
  • FtM (Female to Male) – การแปลงเพศจากหญิงไปชาย มักเป็นการเสริมเติมแต่งแนวผมบาง ในกระบวนการ FtM Transitioning โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เทคนิค FUE เหมาะสำหรับผู้แปลงเพศ

เพศชาย และ เพศหญิง มีแนวผมที่ค่อนข้างแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของเพศสภาพตั้งแต่กำเนิด โดยรวมถึงรูปแบบและแนวผม แต่อย่างไรก็ดี การที่หน้าผากเถิก หัวล้าน การถดถอยของแนวเส้นผม เป็นปัญหาหลักสำหรับการแปลงเพศเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแปลงเพศในลักษณะ MtF คือจากชายเป็นหญิง ซึ่งโดยมากแล้วเพศชายจะมีผมบาง และหัวล้าน หัวเถิกเร็วกว่าเพศหญิง และเมื่อถึงเวลาทำการแปลงเพศแล้ว มักจะประสบปัญหาในเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ที่แปลงเพศชายไปหญิง ในต่างประเทศ มักใช้ เทคนิคการปลูกผม FUE เพื่อช่วยในขั้นตอนในการแปลงเพศนั่นเอง

ผู้แปลงเพศมักใช้การผ่าตัดปลูกผมซะส่วนใหญ่

การผ่านตัดปลูกผมด้วยวิธี FUE เป็นที่นิยมมาก แม้ จะเหลือเส้นผมไม่มาก

ไม่ว่าเราจะเจอโฆษณายาปลูกผมประเภทใดก็ตาม การปลูกผมด้วยวิธีการผ่าตัด ยังคงเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีที่สุดเสมอ หากเป็นปัญหาการหลุดร่วงของเส้นผม อันเนื่องมาจากฮอร์โมน (อ้างอิง Drwilliamlindsey.com)

ดังนั้นหากมีการพบคุณหมอ แพทย์มักจะนำเสนอทางเลือกที่ได้ผลเสมอ และโดยเฉพาะชายเปลี่ยนเป็นหญิง หญิงเปลี่ยนเป็นชาย อย่างที่กล่าวไป เทคนิคที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้ก็คือ FUE หรือ Hair Grafting โดยแพทย์มักใช้แก้ปัญหาดังต่อไปนี้

  • ปัญหาผมบางบนหนังศีรษะ
  • หัวล้านไข่ดาว
  • แนวผมร่นขึ้น หัวเถิก เป็นรูปทรงต่างๆ
  • แนวผมที่อยู่สูงจนเกินไป

โดยในบางแห่งอาจมีเทคนิคการปลูกผมแบบ Multi-unit hair grafting (MUHG) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสุดเนื่องจาก การแปลงเพศนั้นมีความละเอียดอ่อน และต้องทำให้แนวเส้นผม หนังศีรษะ เข้ากันกับรูปใบหน้าให้ดีที่สุดนั่นเอง

ข้อแตกต่างกันระหว่าง แนวเส้นผม ชาย และ หญิง

การแปลงเพศในเรื่องของอวัยวะต่างๆนั้นมีความสำคัญ แต่สำหรับแนวเส้นผมก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน เนื่องจาก แนวเส้นผมของชายและหญิงไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกเพศสภาพของแต่ละเพศนั่นเอง ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของ M Shaped (แนวเส้นผมสำหรับผู้ชาย) และ Feminine Hairline (แนวเส้นผมสำหรับผู้หญิง) ซึ่งแพทย์ จำเป็นต้องทำแนวเส้นผมเพื่อรับกับการแปลงเพศ

ข้อมูลจาก treatmentroomslondon.com อธิบายเกี่ยวกับแนวเส้นผมของชายและหญิงที่แตกต่างกัน

ลักษณะเส้นผมของผู้ชายและผู้หญิง ไม่เหมือนกันในหลายแง่มุม ซึ่งสำหรับผู้ที่แปลงเพศ อาจต้องทำความรู้จักเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ด้วย เช่น:

  • ตำแหน่งของแนวเส้นผม
  • รูปทรงของแนวเส้นผม
  • ลายของเส้นผม
  • ความเปลี่ยนไปของแนวเส้นผมตามอายุ

โดยปกติแล้ว ตำแหน่งของแนวเส้นผมของผู้หญิง มักจะล้ำมาข้างหน้ามากกว่าผู้ชาย (หน้าผากแคบกว่า) และสำหรับผู้ชายก็จะเป็นในทางกลับกัน ซึ่งทำให้หน้าผากมีรูปทรงแตกต่างกันออกไปด้วย

และเมื่อผู้ชายมีอายุมากขึ้น แนวเส้นผมจะถอยกลับมากกว่าผู้หญิง (ที่เรียกว่าหัวเถิก) ดังนั้นการปลูกผมเมื่อเข้าสู่กระบวนการแปลงเพศจากชายเป็นหญิง มักจะต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย และที่หลายคนเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของหัวเถิก หรือ แนวเส้นผมรูปทรงตัว “M” ที่มักจะเกิดขึ้นในผู้ชาย แต่ในขณะที่ผู้หญิงมักไม่พบปัญหาเรื่องนี้บ่อยเท่า

การปลูกผมลักษณะนี้ มีผลข้างเคียงหรือไม่นะ?

การปลูกผมสำหรับการแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย มักไม่ค่อยมีปัญหาเท่าใดนัก แต่สำหรับการเปลี่ยนจากชายเป็นหญิง เป็นเรื่องตรงกันข้ามกัน โดยการปลูกผมแบบ MtF มักมีความเสี่ยง หรือ ผลข้างเคียงทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการผ่าตัด เช่นเดียวกันกับการผ่าตัดทั่วๆไป โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น เส้นผมหลุดร่วงตามอายุ และแนวเส้นผมที่ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้น แพทย์มักแก้อาการเหล่านี้ โดยการผ่าตัด พร้อมกับการใช้ฮอร์โมน (อ้างอิง lgbtqandall.com)

จะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเราเหมาะกับการปลูกผมหรือไม่?

หากคุณเป็นหนึ่งในชาว LGBTQ ที่ต้องการปลูกผม หากไม่ได้นับถึงงบประมาณในการทำ อาจมีคำถามว่า ตัวเราเหมาะสำหรับการปลูกผมแบบ FUE เพื่อการแปลงเพศหรือไม่? จุดนี้ การปลูกผม มักใช้กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง หัวล้าน ฯลฯ แต่อย่างไรก็ดี การปลูกผมอาจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคนเสมอไป จึงต้องควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สำหรับผู้ที่แปลงเพศ จำเป็นต้องเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการปลูกผม และดูสภาพหนังศีรษะ พร้อมทำการสัมภาษณ์ เพื่อรู้ถึงประวัติการรักษา โรคประจำตัว อาการแพ้ยา (Medical History) ซึ่งแพทยศัลยกรรม จะทำการประเมินและแจ้งให้ผู้ป่วยทราบเกี่ยวกับความเสี่ยง และผลข้างเคียง พร้อมค่าใช้จ่ายในการรักษา โดยจะมีการออกแบบการปลูกผม เฉพาะบุคคล และในแต่ละคนไม่เหมือนกัน

การปลูกผม สำหรับผู้แปลงเพศ ราคาเท่าไหร่ ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

การปลูกผม มักจะมีการประเมินเป็นกราฟ (Grafting) โดยเรื่องการแปลงเพศไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญที่จะมีผลต่อราคา หรือ ค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่อย่างไรก็ดี ราคาปลูกผม มักแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล และจะต้องถูกประเมินโดยแพทย์เท่านั้น เว้นแต่ คลินิกนั้นๆ จะมีโปรโมชั่นปลูกผม ซึ่งขึ้นอยู่กับแคมเปญในแต่ละช่วงเวลา โดยราคาจะอยู่ที่ราวๆ 50,000 – 100,000+ บาทขึ้นไป

ระยะเวลาในการพักฟื้น

หลังจากเข้าสู่ขั้นตอนการปลูกผมแล้ว มักจะมีอาการปวดบวม หรือมีรอยแดงเกิดขึ้นบริเวณที่ปลูก รวมถึงบริเวณที่ทำการย้ายรากผมมา ซึ่งอาการเหล่านี้ สามารถช่วยได้โดยการใช้ยาที่ทางแพทย์เป็นผู้เลือก สำหรับระยะเวลาการพักฟื้น จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับว่า ใช้การ Grafting มากน้อยเท่าใด แต่โดยปกติแล้ว จะสามารถกลับไปทำงานได้ภายในไม่กี่วัน


อ้างอิง

  • Baker, K. E. (2017). The future of transgender coverage. The New England Journal of Medicine, 11;376(19):1801-1804. doi: 10.1056/NEJMp1702427. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28402247/
  • World Professional Association for Transgender Health. (2012). Standards of care for the health of transsexual, transgender, and gender nonconforming people [7th Version]. Retrieved from https://www.wpath.org/publications/soc
  • Garg, G., Elshimy, G., & Marwaha, R. (2021). Gender dysphoria. [Updated July 20, 2021]. In: StatPearls [Internet]. Retrieved on Jan. 24, 2022 from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK532313/