Home บทความ ข้อมูลปลูกผม ผมร่วงแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) รักษาได้ไหม ทำอย่างไรให้ผมขึ้นใหม่แข็งแรง

ผมร่วงแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) รักษาได้ไหม ทำอย่างไรให้ผมขึ้นใหม่แข็งแรง

ผมร่วงแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) รักษาได้ไหม ทำอย่างไรให้ผมขึ้นใหม่แข็งแรง

ปัญหาผมร่วงจากอาการเจ็บป่วยแก้ไขได้อย่างไร

ปัญหาผมร่วงทำลายความมั่นใจของผู้ที่ประสบปัญหาได้เป็นอย่างดี แล้วยิ่งหากผมร่วงจากอาการป่วยยิ่งทำให้ผู้ป่วยหมดกำลังใจ รู้สึกขาดชีวิตชีวา เพราะเมื่อส่องกระจกแล้วเห็นผมบางลงจะรู้สึกว่าตนเองเปลี่ยนไป ไม่ดูดีเหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าเรื่องของเส้นผมส่งผลต่อกำลังใจได้เช่นกัน

รู้จักโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ที่ทำให้ผมร่วง

ผู้หญิงผมร่วง
อาการป่วยแพ้ภูมิตัวเองทำให้ผมร่วง

โรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือ Systemic Lupus Erythematosus (SLE) เป็นโรคที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ โดยภูมิคุ้มกันที่ควรจะทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย กลับเริ่มต้นทำลายเนื้อเยื่อและระบบต่าง ๆ ในร่างกายของผู้ป่วยเอง ทำให้เกิดผลกระทบหลายอย่างต่อร่างกาย

สัญญาณของโรคแพ้ภูมิตนเอง

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ตัวเองอาจจะไม่ได้รู้ตัวว่ามีอาการของโรคตั้งแต่ต้น แต่โรคจะมาแสดงเมื่ออายุมากขึ้น มีสัญญาณของโรคที่มาในรูปแบบของอาการต่าง ๆ ดังนี้

– ปวดบริเวณข้อต่าง ๆ

– มีไข้ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหาร

– ปรากฏอักเสบตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ปอดอักเสบ ไตอักเสบ หรืออาจจะมีสภาวะเลือดจางร่วมอยู่ด้วย

– เกิดผื่นแพ้ ผื่นคันขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

– ผมร่วงเป็นหย่อม

ผู้ที่มีปัญหาแพ้ภูมิตนเองต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยโรคนี้จะไม่สามารถหาสาเหตุของการเป็นได้อย่างแน่นอน และบางคนอาจจะมีอาการแบบเป็น ๆ หาย ๆ หากปล่อยไว้นานเกินไป อาการจะรุนแรงขึ้น เมื่อพบว่าตนเองมีความเสี่ยงจึงควรปรึกษาแพทย์ทันที

การรักษาอาการผมร่วงจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง

อาการผมร่วงเป็นหนึ่งในอาการของโรคแพ้ภูมิตัวเอง ถือเป็น Underlying Disease หรือโรคที่ก่อให้เกิดผมร่วง มักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เป็นสาเหตุของอาการผมร่วงในผู้หญิง (Female Hair Loss) ผู้หญิงที่ประสบปัยหาผมร่วงจากโรคแพ้ภูมิตัวเอง แล้วอยากปลูกผมหรือฟื้นคืนเส้นผมสุขภาพดีมีข้อสงสัยว่าสามารถทำได้ไหม คำตอบคือทำได้ แต่ต้องรักษาโรคแพ้ภูมิตัวเองให้ดีขึ้นก่อน

ทาง The Skin Clinic เคยมีเคสผู้ป่วยเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองแล้วต้องการปลูกผม ทางคลินิกได้วิเคราะห์สภาพเส้นผมและสาเหตุ พบว่าผู้ป่วยโรคนี้เส้นผมจะมีความเปราะบางและอ่อนแอมาก ไม่สามารถปลูกผมโดยการแบ่งกราฟผมมาปลูกบริเวณที่ผมบางได้ จึงใช้วิธีการกระตุ้นรากผมให้กลับมาแข็งแรงด้วยตนเอง วิธีที่ใช้ในคลิปข้างต้น คือ ALMI Nano Fat Transfer

รู้จัก ALMI Nano Fat Transfer

การรักษารากผมโดยไม่ต้องปลูกผม

เทคนิค ALMI Nano Fat Transfer เป็นการกระตุ้นรากผมด้วยเซลล์ไขมันของคนไข้เอง ไม่ต้องปลูกผม ไม่ต้องย้ายราก จึงหมดกังวลในประเด็นที่รากผมเดิมไม่คอยแข็งแรง ทีมแพทย์จะดูดไขมันบริเวณต้นขา หรือสะโพกของคนไข้ แล้วนำมาสกัดอย่างละเอียดถึง 4 ขั้นตอน เพื่อให้ได้โมเลกุลของไขทันที่เข้มข้นและแข็งแรงที่สุด จากนั้นนำเซลล์ไขมันนั้นฉีดกลับเข้าไปบนหนังศีรษะของคนไข้ จากเคสในคลิปวิดิโอใช้เวลา 6 เดือน ผมของคนไข้ก็กลับมาขึ้นใหม่ และมีความแข็งแรงของรากผมมากขึ้น *ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ข้อดีของการรักษาด้วย ALMI Nano Fat Transfer

การรักษาด้วยวิธีการ ALMI Nano Fat Transfer มีข้อดีหลัก ๆ เลยคือใช้เวลาในการทำไม่นาน ทีมแพทย์จะใช้เวลาเพียง 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อทำเสร็จจะมีขนาดแผลเล็กมาก ไม่รู้สึกเจ็บจนทนไม่ไหว ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และที่สำคัญเป็นการรักษาโดยที่ไม่ต้องปลูกผม เหมาะกับคนที่ไม่อยากมีแผลผ่าตัด และวิธีการนี้ยังเหมาะกับผู้ป่วยแพ้ภูมิตัวเองด้วย โอกาสแพ้น้อย เพราะใช้เซลล์ไขมันในตัวเอง แต่ก่อนการทำต้องปรึกษาทีมแพทย์เสมอ

การมีผมร่วงจากอาการป่วยสร้างความกังวลเป็นอย่างมาก สามารถปรึกษาทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ก่อนทาง LINE ของ The Skin Clinic เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และศึกษาข้อจำกัดของการรักษาผมร่วง ผมบางแต่ละประเภท นอกจากบริการ ALMI Nano Fat Transfer แล้ว ที่ The Skin Clinic ยังมีบริการดูแลเรื่องปัญหาผมบางโดยไม่ต้องปลูกผมอีกหลายวิธี ทั้งวิธี RIGENERA Cell Micrograft Hair รักษาผมบางด้วยเสต็มเซลล์ และวิธี FRM Anti-Hair Loss รักษาผมร่วง ผมบาง กระตุ้นรากผมด้วยเครื่อง FRM และเข็ม Microneedle แพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะกับคนไข้ และบางครั้งอาจใช้มากกว่า 1 เทคนิคในการรักษา

READ MORE >>>

Exit mobile version