พระราม9 แขวงห้วยขวาง 066 115 6837

tsctheskin.ads@gmail.com

ผมบางกรรมพันธุ์ รักษาหายได้จริงไหม? ปลูกผม หรือ FRM ได้ผลดีกว่ากัน

ส่องสัญญาณหัวล้านกรรมพันธุ์ รู้ตัวไว แก้ไขได้เร็ว

ปัญหาหัวล้าน ผมบาง และผมร่วงเป็นปัญหาหนักอกหนักใจที่หลายคนประสบพบเจอ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้น้อยลง การเกิดใหม่ของผมและความแข็งแรงของรากผมก็ลดน้อยลงไปด้วย ส่งผลให้ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสาเหตุของผมบางและหัวล้านนี้มีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย บางคนจึงประสบปัญหาหัวล้านเร็วกว่าคนอื่น

สาเหตุของการหัวล้านที่พบบ่อย

หัวล้านเป็นการที่เส้นผมหลุดร่วงเป็นจำนวนมาก จนทำให้ผมที่เกิดใหม่ผลิตขึ้นมาไม่ทัน ผมจะค่อย ๆ บางลง แล้วเผยให้เห็นพื้นที่บนหนังศีรษะมากขึ้น สาเหตุของหัวล้านมีหลายประการ โดยมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

1) พันธุกรรม เพศ และอายุ

ปัจจัยแรกเป็นปัจจัยภายในที่ทำให้บุคคลประสบปัญหาผมร่วง และหัวล้าน การมีหัวล้านสามารถส่งต่อผ่านกรรมพันธุ์ได้ เพศก็เป็นหนึ่งในปัจจัย โดยจะสังเกตเห็นว่าผู้ชายมีโอกาสหัวล้านมากกว่าผู้หญิง นั่นเป็นเพราะฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DTH) ที่พบมากในเพศชายนั่นเอง รวมถึงอายุที่มากขึ้นก็มีส่วนทำให้การผลิตเส้นผม และความแข็งแรงของรากผมน้อยลง ทำให้ผมบางลง และศีรษะล้านในที่สุด

2) อาการเจ็บป่วย

โรคภัยไข้เจ็บสามารถส่งผลต่ออาการไปยังเส้นผมได้ มีทั้งโรคที่เกี่ยวกับเส้นผมโดยตรง เช่น โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ โรคภูมิแพ้รากผม โรคที่ไม่เกี่ยวกับเส้นผมโดยตรง แต่มีผลทำให้ผมร่วง เช่น โรคต่อมไทรอยด์ รวมไปถึงโรคที่กระบวนการรักษาทำให้ผมร่วง เช่น โรคมะเร็ง โรคข้ออักเสบ ภาวะซึมเศร้า การเกิดโรคเหล่านี้มีผลทำให้เส้นผมขาดความแข็งแรง และหลุดร่วงได้ง่าย ผู้ป่วยจึงมักมีผมบาง บางรายอาจถึงขั้นหัวล้านเป็นหย่อม ๆ

3) สารเคมีต่าง ๆ

การรับสารเคมีบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย ทั้งจากการสูดดม การสัมผัส และการรับประทานเข้าสู่ร่างกาย โดยสารเคมีที่พบบ่อยแล้วทำให้ผมร่วงมักจะผสมมาในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเส้นผม อย่างแชมพู ครีมนวดผม สารเคทีที่มีโอกาสทำให้ผมร่วง เช่น แอลกอฮอล์ (Alcohol) พาราเบน (Parabens) Sodium Lauryl Sulfate (SLS) คนที่ผมแพ้ง่ายควรเลี่ยงสารประกอบเหล่านี้ในแชมพู และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกแทน

4) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และสภาวะอารมณ์

ฮอร์โมนในร่างกายส่งผลต่อเส้นผมได้ เมื่อฮอร์โมนแปรปรวน โอกาสที่ผมจะร่วงเป็นกระจุกก็มีสูง เช่น อาการผมร่วงของคุณแม่หลังคลอด เกิดจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนหายไปอย่างรวดเร็วหลังการคลอดบุตร การผมร่วงช่วงมีประจำเดือน เกิดจากความแปรปรวนของฮอร์โมนเอสโตรเจน นอกจากฮอร์โมนแล้ว สภาวะอารมณ์ก็ส่งผลต่อเส้นผมได้เช่นกัน หากเกิดอาการช็อก ตกใจอย่างรุนแรง หรือซึมเศร้าเฉียบพลัน ผมก็จะค่อย ๆ ร่วงครั้งละมาก ๆ ได้

5) พฤติกรรมการทำร้ายเส้นผม

การปฏิบัติต่อเส้นผมส่งผลให้ผมหลุดร่วงได้ มีพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมที่ควรหลีกเลี่ยงหากไม่อยากผมร่วงเป็นกระจุก ผมบาง และหัวล้าน ควรงดการดึงทึ้งเส้นผม การแกะและเกาหัวแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดเชื้อราได้ การทำสีผม หรือเคมีต่าง ๆ โดยขาดการบำรุง นอกจากงดเว้นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมแล้ว ควรหันมาสนใจบำรุงผมอย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้รากผมด้วย

หากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาหัวล้าน ควรสังเกตการขาดหลุดร่วงของเส้นผมอยู่เสมอ หากผมร่วงมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที

ลักษณะของหัวล้านกรรมพันธุ์

หัวล้านกรรมพันธุ์จะค่อย ๆ เริ่มล้านจากบริเวณกลางหัว

หัวล้านกรรมพันธุ์เป็นภาวะหัวล้านที่ค่อย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือสมาชิกในครอบครัวที่มีบรรพบุรุษหัวล้านจะไม่ได้เกิดมาหัวล้านในทันที แต่ผมจะค่อย ๆ บางลงเมื่ออายุมากขึ้น โดยจะเริ่มจากการที่ผมเส้นบางลงเรื่อย ๆ และเพิ่มปริมาณในการหลุดร่วงมากขึ้น การหัวล้านตามกรรมพันธุ์เรียกว่า Androgenetic Alopecia อีกประเด็นที่ควรรู้ คือ ถึงแม้จะมีลักษณะหัวล้านกรรมพันธุ์เหมือนกัน แต่ในผู้ชายและผู้หญิงจะมีลักษณะของหัวล้านแตกต่างกัน ดังนี้

– หัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้ชาย

การหัวล้านกรรมพันธุ์เกิดจากฮอร์โมน DTH เป็นฮอร์โมนที่ส่งผลมาจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่พบมากในผู้ชาย ทำให้การเกิดหัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้ชายเด่นชัดมากกว่าผู้หญิง ลักษณะหัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้ชายจะเกิดโดยผมค่อย ๆ บางลงบริเวณกลางหัว แล้วขยายวงกว้างออกไปจนล้านโล่งเตียนในที่สุด เหลือเพียงเส้นผมบริเวณหลังใบหูและท้ายทอยเท่านั้น เพราะเป็นส่วนที่มีฮอร์โมน DTH น้อยในบริเวณนั้น มักจะเรียกหัวล้านแบบนี้ว่า หัวล้านไข่ดาว ผมบางกลางหัว หัวล้านขุนช้าง

– หัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้หญิง

ผู้หญิงมีฮอร์โมน DTH น้อยกว่าผู้ชายค่อนข้างมาก ฮอร์โมนหลักของผู้หญิงคือฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นผม ผู้หญิงที่หัวล้านกรรมพันธุ์จึงไม่มีหัวล้านโล่งเตียนเหมือนผู้ชาย แต่จะค่อย ๆ ล้านบริเวณกลางหัว และบางลงจนมองเห็นหนังศีรษะ มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อมองจากมุมสูง แต่ในมุมมองหน้าตรงมักจะสังเกตได้ไม่ชัด แต่เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่ผมจะล้านมากขึ้นก็มีเช่นกัน แต่ก็ยังไม่มากเท่าหัวล้านกรรมพันธุ์ในผู้ชาย

หัวล้านกรรมพันธุ์อาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเกิดจากยีนส์ที่ส่งผลกับการทำงานของรากผมและส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่สามารถรักษาและฟื้นฟูให้ผมกลับมาแข็งแรงได้โดยวิธีการต่าง ๆ ที่จะกล่าวถึงในลำดับถัดไป

สัญญาณของหัวล้านกรรมพันธุ์

การรู้เท่าทันการหัวล้านกรรมพันธุ์ ช่วยให้การเข้าถึงการรักษาทำได้อย่างรวดเร็วขึ้น ไม่เสียความมั่นใจเมื่อหัวเริ่มล้าน สัญญาณที่ไม่ควรละเลยเกี่ยวกับหัวล้านกรรมพันธุ์มีดังนี้

– ผมร่วงมากขึ้นจนสังเกตได้

การที่มีผมร่วงมากขึ้น สามารถสังเกตได้ด้วยตนเองเวลาตื่นนอน หากมีผมติดหมอนมากกว่า 10 เส้นไม่ควรมองข้าม การมีผมร่วงเป็นกระจุกในขณะสระผม การนับจำนวนเส้นผมใน 1 วันว่ามีผมร่วงเกิน 100 เส้นหรือไม่ วิธีการเหล่านี้เป็นการตรวจสอบว่ามีผมร่วงมากผิดปกติหรือเปล่า

– พื้นที่บริเวณกรอบหน้ามากขึ้น

การมีพื้นที่บริเวณกรอบหน้ามากขึ้นมาจากการที่แนวไรผมถอยร่นขึ้นไป ซึ่งสาเหตุอาจจะมาจากการมัดผมแล้วดึงรั้งเส้นผมบ่อยครั้ง หรือการมีภาวะหัวล้านกรรมพันธุ์ด้วย หากพบว่าไรผมเริ่มหายขึ้นไปบนศีรษะ และเห็นกรอบหน้ามากขึ้นควรตระหนักถึงสัญญาณเตือนผมบางและหัวล้านกำลังมาเยือน

– มองเห็นหนังศีรษะมากขึ้น

เมื่อเกิดอาการหัวล้านกรรมพันธุ์ เส้นผมบริเวณที่จะหายไปก่อนคือบริเวณกลางหัว จึงควรสำรวจเส้นผมที่กลางหัวว่าเริ่มหายไปหรือยัง โดยหากมีผมร่วงมาก พื้นที่บริเวณกลางศีรษะจะสามารถมองเห็นหนังศีรษะได้ชัดเจน สามารถมองเห็นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย

นอกจากการสังเกตเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ยังมีสัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและทำให้ผมบางลงได้ง่าย เช่น การที่ผมมันบ่อยกว่าเดิม เพราะความมันมีส่วนทำให้รากผมอ่อนแอลง เส้นผมจึงไม่แข็งแรงและหลุดร่วงง่าย หากประสบปัญหานี้ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเช่นกัน

การรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์

การรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์ช่วยคืนผมดกดำกลับมาได้

หัวล้านกรรมพันธุ์สามารถรักษาให้กลับมามีผมได้ แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีวิทยาการที่ช่วยแก้ไขปัญหาหัวล้านอย่างเห็นผล มีการรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์ที่ได้รับความนิยม ทั้งวิธีธรรมชาติ และด้วยวิธีทางการแพทย์ ดังนี้

1) รักษาด้วยวิธีธรรมชาติ

วิธีธรรมชาติเป็นการเน้นการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เพื่อลดโอกาสที่ผมหลุดร่วง เปรียบเสมือนการเสริมความแข็งแกร่งให้เส้นผม เมื่อเส้นผมแข็งแกร่ง ผมก็จะไม่ร่วง หัวก็จะไม่ล้าน วิธีนี้จะได้ผลเมื่อเริ่มทำตั้งแต่เนิ่น ๆ และผมยังไม่บางลงมาก สามารทำได้ดังนี้

– เลือกกินอาหารบำรุงเส้นผม

รากผมต้องการการบำรุงไม่แพ้ส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย จึงควรเลือกกินอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน อาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผม ได้แก่ อาหารประเภทโปรตีน เช่น ปลาแซลมอน เนื้อหมูสันใน ถั่วเหลือง ไข่ อาหารประเภทผักและผลไม้ เช่น กล้วย ส้ม

– ให้อาหารผมเป็นประจำ

การให้อาหารผมเป็นการเน้นการบำรุงที่เส้นผมโดยเฉพาะ สามารถทำได้โดยการสระผมให้ถูกวิธี การหวีผมด้วยหวีที่ไม่ทำร้ายเส้นผม การหมักบำรุงเส้นผมอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อเติมอาหารให้เส้นผม ช่วยให้ผมแข็งแรง และรากผมผลิตเส้นผมใหม่ได้ทันก่อนผมจะร่วง

– งดความร้อนและการทำเคมีบนเส้นผม

สารเคมีทำร้ายเส้นผมเป็นอย่างมาก รวมถึงความร้อน ทั้งจากเครื่องเป่าผม เครื่องหนีบผม ทำให้ผมอ่อนแอลงจากภายใน สามารถเห็นความเปราะบางของผมได้ง่ายขึ้น ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด มีผมหลุดร่วง และผมเสียนานัปการ การงดเคมีและความร้อนจะช่วยลดโอกาสที่ผมจะหลุดร่วงได้

2) รักษาด้วยวิธีทางการแพทย์

บางครั้งกว่าจะรู้ว่าผมบางเกินกว่าจะแก้ไขด้วยวิธีการรักษาโดยธรรมชาติ นวัตกรรมทางการแพทย์จึงเป็นอีกทางเลือกที่สามารถช่วยฟื้นคืนเส้นผมบนหนังศีรษะอย่างได้ผล วิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยม ได้แก่

– การรับประทานยา

ยาที่มีสรรพคุณปลูกผมจะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือ ยาปลูกผมที่ได้รับความนิยม เช่น ยา Minoxidil ยา Finasteride ยา Spironolactone โดยยาแต่ละชนิดจะมีสรรพคุณแตกต่างกัน และมีวิธีการใช้ที่ควรได้รับการแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

– การปลูกผมโดยการผ่าตัด

การปลูกผมช่วยแก้ปัญหาหัวล้านได้ วิธีการผ่าตัดที่ได้รับความนิยม เช่น การปลูกผม FUE การปลูกผม DHI และการปลูกผม FUI ที่มีบริการที่ The Skin Clinic โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ วิธีการปลูกผมแต่ละอย่างจะมีอุปกรณ์และวิธีการแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการปลูกผม

– การฉีดไขมันและเสต็มเซลล์ผม

วิธีการฉีดไขมันและเสต็มเซลล์เป็นการปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่จะใช้สารที่สกัดมาจากผู้ที่เข้ารับการปลูกผมเอง มีทั้งการปลูกผมโดยการฉีดไขมันตัวเอง (ALMI Nano Fat) และการปลูกผมโดยใช้สเต็มเซลล์ของตนเอง (RIGENERA Cell Micrograft Hair) มีบริการที่ The Skin Clinic เช่นกัน

– การใช้เลเซอร์ปลูกผม FRM

นวัตกรรมกระตุ้นรากผมด้วยเครื่อง FRM ช่วยในการกระตุ้นรากผม ทำให้มีผมเกิดใหม่ และเป็นผมที่แข็งแรงขึ้น ผมที่เกิดใหม่มีความเป็นธรรมชาติ และเป็นนวัตกรรมที่ The Skin Clinic แนะนำ เพราะให้ผลลัพธ์ที่ดี และได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ

ผลลัพธ์ของการรักษาหัวล้านกรรมพันธุ์ขึ้นอยู่กับบุคคล แต่เมื่อประสบปัญหาหัวล้านกรรมพันธุ์อย่างน้อยควรหาทางปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อลดความกังวล และหาทางรักษาที่เข้ากับตนเองได้

การปลูกผมและกระตุ้นเส้นผมด้วย FRM ที่ The Skin Clinic

การปลูกผมเป็นการแก้ไขปัญหาผมบาง หัวล้านที่ได้ผล ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการปลูกผมที่ได้รับความนิยม สำหรับ The Skin Clinic ก็มีบริการปลูกผมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาผมบาง หัวล้าน ดังนี้

– ALMI Nano Fat

การฉีด ALMI Nano Fat เป็นการกระตุ้นรากผมโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยจะใช้ไขมันของผู้เข้ารับบริการมาสกัดจนได้ไขมันที่แข็งแรง จากนั้นฉีดกลับเข้าไปยังรากผม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นผมใหม่ นิยมใช้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการปลูกผมโดยวิธีอื่น ๆ ต่อไป

– RIGENERA Cell Micrograft Hair

อีกหนึ่งวิธีที่สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่จะใช้การสกัดเอาเซลล์รากผมที่แข็งแรง โดยจะเลือกจากเส้นผมบริเวณท้ายทอยและหลังใบหูที่มีฮอร์โมน DTH น้อย นำมาผ่านเครื่อง RIGENERA เพื่อให้ได้เซลล์รากผมที่แข็งแรงเหมาะแก่การนำไปฉีดบนหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ผมงอกใหม่แข็งแรง

– Long Hair FUE

เทคนิคการปลูกผม Long Hair FUE เป็นเทคนิคที่สามารถปลูกผมได้แม้ผมยาว ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดึงรากผมออกมา แล้วคัดเลือกเฉพาะรากผมที่แข็งแรง นำไปปักลงบนหนังศีรษะส่วนที่ล้าน ช่วยให้ผมที่งอกใหม่มีความแข็งแรง

– DHI

การปลูกผมแบบ DHI จะมีเข็มขนาดเล็กเฉพาะ เรียกว่า DHI implanter เป็นเข็มที่ช่วยให้การคุมทิศทางรากผมได้ดีขึ้น แพทย์จึงสามารถกำหนดความลึก ทิศทางของเส้นผมที่ปลูกได้ ผมที่ได้มีความเป็นธรรมชาติสูง และมีแผลขนาดเล็กเพียง 0.6 – 0.8 มิลลิเมตรเท่านั้น

– Advance FUI

การปลูกผมแบบ Advance FUI เป็นการปลูกผมที่ผสานเทคนิค DHI + FUE เข้าด้วยกัน สามารถปลูกผมได้โดยที่ไม่ต้องโกนหัว พร้อมเข็มเจาะพิเศษ Direct Hair Implanter ที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้การปลูกผมมีแผลขนาดเล็กมากจนแทบจะมองไม่เห็น

นอกจากการปลูกผมทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัดที่มีให้บริการที่ The Skin Clinic แล้ว ยังมีเทคนิคการกระตุ้นรากผมที่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในไทย แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดี และได้รับการรับรองจากต่างประเทศอย่างการกระตุ้นรากผม FRM ที่น่าสนใจไม่แพ้วิธีอื่น ๆ เลย

– FRM Anti-Hair Loss

FRM Anti-Hair Loss

การกระตุ้นเซลล์รากผมที่ได้รับการรับรองจากต่างประเทศ และได้รับการแนะนำจาก The Skin Clinic ใช้เครื่อง FRM ส่งผ่านคลื่นวิทยุ RF ลงไปยังหนังศีรษะ แล้วเปิดรากผมด้วยเข็มขนาดเล็ก Microneedle เพื่อฉีด Premium Growth Factor ลงไป กระตุ้นให้ผมใหม่แข็งแรง มีขนาดเส้นผมใหญ่ขึ้น สุขภาพผมดีอย่างเห็นผล

วิธีการปลูกผมและกระตุ้นรากผม FRM มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และตอบโจทย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญประกอบการตัดสินใจ สามารถแอด LINE สอบถาม The Skin Clinic ได้โดยตรง (ตอบคำถามโดยผู้เชี่ยวชาญ)

Read More >>>