พระราม9 แขวงห้วยขวาง 066 115 6837

tsctheskin.ads@gmail.com

กดเซฟ 10 ผมทรงวินเทจผู้หญิง ปลุกความสวยคลาสสิกให้กลับมาปัง

ไอเดีย! ทรงผมผู้หญิงสไตล์ย้อนยุคสุดเก๋ สวยปังไม่ตกเทรนด์

อย่างที่ทราบกันดีว่าการเลือกทรงผมเปรียบเสมือนการเลือกบุคลิกภาพในแบบที่คุณอยากเป็น และยังเป็นการแสดงตัวตนต่อคนที่ได้พบเห็น โดยเฉพาะ “ทรงผมวินเทจ” ที่กำลังจะกลับมาฮิตอีกครั้ง เพราะแต่ละทรงดูสวยคลาสสิก และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร หลายคนมักเลือกทำทรงวินเทจไปออกงานตามโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่าจะงานแต่งงาน งานพิธีการ และงานปาร์ตี้ ช่วยเปลี่ยนลุคให้ดูน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น สำหรับสาว ๆ ที่อยากเปลี่ยนลุคตัวเองด้วยทรงผมวินเทจ บทความนี้ได้รวบรวมทรงผมวินเทจผู้หญิงยอดนิยมมามาฝาก รับรองว่าสวยสะบัดไม่ตกเทรนด์แน่นอน 

ผู้หญิงกำลังหัวเราะ 
ทรงผมสไตล์วินเทจย้อนยุค

มัดรวม! ทรงผมวินเทจผู้หญิง สวยแบบย้อนยุค อัพลุคสุดปัง

1. ทรงผม Curly Updo

ทรงผม Curly Updo ยุค 80s  เอกลักษณ์ของผมทรงนี้ คือเส้นผมจะต้องหยิกฟูทั่วทั้งศรีษะ เมื่อเกล้าผมขึ้นจะยังคงความเป็นเกลียวสวยเอาไว้ โดยเทคนิคการทำผมทรงนี้เริ่มจากการดัดลอนผมเป็นเกลียวเล็กทั่วทั้งศีรษะ จากนั้นทำการเกล้าผมสูงโดยปล่อยปลายผมไว้ เพื่อให้ใบหน้ามีความละมุน ทรงนี้ทำแล้วสวยเก๋ไม่เหมือนใคร

2. ทรงผม The Retro Flipped Ponytail 

ทรงผม The Retro Flipped Ponytail ช่วงยุค 60s และกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งในช่วงยุค 90s ทรงนี้จะมีการเซ็ตปลายผมให้กระดกขึ้น มองแล้วน่ารักดูไร้เดียงสา โดยเริ่มจากรวบผมขึ้นให้เรียบและมัดเป็นหางม้าสูง จากนั้นแบ่งผมออกมาหนึ่งช่อเพื่อนำมาพันไว้รอบ ๆ บริเวณที่มัด และหนีบปลายผมหางม้าให้มีลักษณะสวอนออก ทรงนี้ไม่ว่าใครทำก็สวยแน่นอน

3. ทรงผม Headband 

ทรงผม Headband ช่วงยุค 60s – 70s จุดเด่นคือการยีผมด้านในให้พองสูงก่อนคาดด้วยที่คาดผม ทรงนี้มีความร่วมสมัยเข้ากับยุคปัจจุบันได้ดี โดยเริ่มจากหนีบผมให้ตรงและปล่อยยาวลงมา ผมด้านหน้าจะเซ็ตแสกกลางหรือปาดข้างก็ได้ จากนั้นนำคาดผมสีสันสดใสสักอันมาคาดไว้กึ่งกลางศีรษะ เรียกได้ว่าเป็นทรงผมวินเทจสไตล์ที่ทำง่ายที่สุดแล้ว

4. ทรงผมดัดลอนวินเทจ

ทรงผมผู้หญิงดัดลอนวินเทจ
ทรงผมดัดลอนวินเทจสไตล์เซ็กซิมโบล ฮอลลีวูด ยุค 50s

ทรงผมดัดลอนวินเทจสำหรับสาวผมสั้นสไตล์เซ็กซิมโบล ฮอลลีวูด ยุค 50s โดยเริ่มจากผมบ็อบสั้นม้วนโรลงุ้มเข้ากรอบหน้าและยกโคนให้สูง ช่วยอัพลุคให้ดูเป็นสาวเปรี้ยวสุดแซ่บ ทรงนี้เหมาะกับทุกรูปหน้า

5. ทรงผมเกล้ามวยสูง 

ทรงผมเกล้ามวยสูงกลางกระหม่อมปล่อยหน้าม้าหนาตรง เพิ่มความเก๋ด้วยคาดผมผ้าสไตล์วินเทจ เป็นทรงที่ทำได้ง่าย ช่วยเปลี่ยนลุคสาวผมตรงเรียบ ๆ ให้เป็นดีว่าสาวสวย  เหมาะมากกับสาว ๆ ที่ต้องการความคล่องตัวในชีวิต หรือในวันที่เร่งรีบ

6. ทรงผมลอน + หน้าม้าเต่อ

ทรงผมหน้าม้าเป็นทรงผมที่รูปหน้าแบบไหนก็ตัดได้ โดยเฉพาะทรงผมหน้าม้าเต่อทรงโค้งและดัดลอนเป็นคลื่นใหญ่ จากนั้นม้วนซ่อนปลายผมงุ้มเข้าด้านใน ได้ลุควินเทจแต่ไม่เชย เพราะหน้าม้าที่มีรูปทรงโค้งมน ทำให้ดูหน้าเด็กลงและเรียวยาวอีกด้วย

7. ทรงผม Hollywood Wave 

ทรงผม Hollywood Wave มีลักษณะเป็นคลื่นเท่า ๆ กัน ซึ่งวิธีทำผมทรงนี้ค่อนข้างจะต้องใช้ความละเอียดอย่างมาก เนื่องจากมีการม้วนผมทีละช่อแล้วใช้กิ๊บยึดไว้จนครบทั้งศีรษะ จากนั้นแกะกิ๊บออกทีละตัวและค่อย ๆ ใช้หวีสางลอนให้แผ่ออกเป็นคลื่น พร้อมฉีดสเปรย์เพื่อล็อกทรงผมให้อยู่ทรงยาวนาน นับเป็นทรงผมที่ตอบโจทย์ความหรูหราได้เป็นอย่างดี

8. ทรงผม Finger Wave 

ทรงผมผู้หญิง Finger Wave
ทรงผมดัดลอน Finger Wave ยุค 20s

ทรงผม Finger Waveช่วงยุค 20s จุดเด่นทรงนี้คือดัดลอนที่เซ็ตให้เป็นแพเกาะบริเวณกรอบหน้าและช่วงหน้าผาก ส่วนวิธีการเซ็ตผมทรงนี้จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเข้ามาช่วย จากนั้นค่อย ๆ ใช้หวีปาดผมตรงส่วนที่อยากให้เป็นลอนโค้งเกาะเป็นแพล้อมรอบกรอบหน้า ทรงนี้ทำแล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปในยุค 20s อีกครั้ง

9. ทรงผม Pixie Cut 

ทรงผม Pixie Cut  ช่วยอัพลุคให้คุณกลายเป็นผู้หญิงเจ้าเสน่ห์ โดยมีการซอยผมข้างหลังออกให้บางเบา ทำให้ผมดูทุยขึ้น ส่วนผมข้าง ๆ จะตัดขึ้นไปจนโชว์ใบหู ปรับลุคให้ดูทะมัดทะแมงและยังจัดทรงง่ายอีกด้วย

10. ทรงผม Mullet Haircut 

ทรงผม Mullet Haircut สุดฮิตในยุค 80s  โดยเสน่ห์ของทรงนี้คือการตัดผมด้านหน้าให้สั้น แล้วปล่อยด้านหลังให้ยาว แนะนำลองไถผมด้านข้างสักนิดหรือเพิ่มการทำสีผมแรง ๆ เข้าไป ช่วยให้คุณดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร สาวที่มีใบหน้ารูปหัวใจและใบหน้ากลมทรงนี้ตอบโจทย์ที่สุด

สำหรับทรงผมวินเทจผู้หญิงที่กล่าวไปข้างต้นแต่ละทรงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้คุณกลายเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหาและดึงดูดใจ ซึ่งหัวใจสำคัญในการทำทรงผมวินเทจออกมาให้สวยดูดี นั่นคือคุณจะต้องมีเส้นผมดกหนาและเงางาม ไม่มีจุดเว้าแหว่งใด ๆ ดังนั้นหากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมบาง ผมร่วง หัวเถิก ขอแนะนำปลูกผมไร้รอยแผลเย็บ 5 เทคนิค ปลอดภัยและเห็นผลจริง 

ปลูกผมไร้รอยแผลเย็บ 5 เทคนิค ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องตัดผม

1. ปลูกผมเทคนิค Advance FUI

ปลูกผมเทคนิค Advance FUI นวัตกรรมที่ผสานเทคนิค FUE และ DHI โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่มีหัวเจาะขนาดเล็กชื่อว่า DHI Implanter (Direct Hair Implanter) สามารถโหลดกราฟผมได้รวดเร็ว ทำให้นำกลับไปปลูกที่ศีรษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญแพทย์สามารถควบคุมทิศทาง มุม และความลึกของรากผมได้อย่างแม่นยำ แผลมีขนาดเล็ก หายเร็ว และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

โปรโมชั่นที่น่าสนใจ : ปลูกผมเทคนิค Advance FUI ราคาเริ่มต้น 50,000 บาท ฟรีเซ็ตยากินยาทาให้ 6 เดือน รับประกันหลังทำ และดูแลหลังทำนาน 1 ปี สามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

2. ปลูกผมเทคนิค Long Hair FUE

ปลูกผมเทคนิค Long Hair FUE  ไม่ต้องตัดผมสั้น ไม่ต้องโกนผม ไม่เห็นแผล และเห็นแนวผมหลังทำได้ทันที โดยใช้เครื่องมือหัวเจาะพิเศษที่มีขนาดเล็กมาก ทำการเจาะรูแล้วดึงเส้นผมและเซลล์รากผมออกมา จากนั้นแพทย์จะนำมาคัดแยกแล้วปลูกผมโดยเรียงทิศทางและความโค้งให้เป็นธรรมชาติ ทำให้เส้นผมดูเหมือนจริงที่สุด

โปรโมชั่นที่น่าสนใจ :  ปลูกผมเทคนิค Long Hair FUE รับสิทธิพิเศษผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พร้อมดูแลหลังทำให้นาน 1 ปี และฟรีเซ็ตยากินยาทาตลอด 6 เดือน

3. ปลูกผมเทคนิค DHI

นวัตกรรมปลูกผมเทคนิค DHI ใช้เครื่องมือเฉพาะทางชื่อว่า DHI Implanter ในการปักและปลูกภายในครั้งเดียว โดยแพทย์สามารถควบคุมทิศทาง ความลึก และมุมของรากผมที่นำมาปลูกได้ ทำให้ได้ผลลัพธ์เส้นผมขึ้นใหม่เป็นธรรมชาติ 

โปรโมชั่นที่น่าสนใจ : ปลูกผมเทคนิค DHI ราคาเริ่มต้น 80,000 บาท ฟรีเซ็ตยากินยาทาให้ 6 เดือน ฟรี Treatment กระตุ้นรากผม 1 ครั้ง มูลค่า 25,000 บาท พร้อมดูแลหลังทำให้ 1 ปี สามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

4. ALMI Nano Fat กระตุ้นรากผมด้วยเซลล์ไขมันตัวเอง

นวัตกรรม ALMI Nano Fat ฉีดกระตุ้นรากด้วยเซลล์ไขมันตัวเอง โดยดูดไขมันจากบริเวณสะโพกหรือต้นขาของคนไข้มาสกัดและคัดแยกพิเศษ เพื่อให้ได้เซลล์ไขมันโมเลกุลขนาดเล็ก และแข็งแรงสมบูรณ์ จากนั้นนำไปฉีดที่บริเวณศีรษะเพื่อช่วยกระตุ้นรากผมให้เกิดเส้นผมขึ้นใหม่จำนวนมาก ไม่เสี่ยงเกิดอาการแพ้ ไม่เจ็บ ไม่มีแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังทำ

โปรโมชั่นที่น่าสนใจ : นวัตกรรม ALMI Nano Fat ฉีดกระตุ้นรากด้วยเซลล์ไขมันตัวเอง ราคาเริ่มต้น 25,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

5. RIGENERA Cell Micrograft Hair ฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผม

RIGENERA Cell Micrograft Hair ฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผม เป็นการนำเนื้อเยื่อจากหนังศีรษะด้านหลังมาผ่านกระบวนการสกัดพิเศษด้วยเครื่อง RIGENERA นำเข้าจากประเทศอิตาลี เพื่อคัดแยกเฉพาะรากผมที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และนำมาฉีดกลับไปยังศีรษะ ช่วยกระตุ้นให้รากผมเจริญเติบโตเกิดเป็นเส้นผมขึ้นใหม่จำนวนมาก ลดเส้นผมหลุดร่วงน้อยลง หลังทำสามารถใช้ชีวิตตามปกติ

โปรโมชั่นที่น่าสนใจ :  ฉีดสเต็มเซลล์ปลูกผม RIGENERA Cell Micrograft Hair ราคาเริ่มต้น 25,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

นวัตกรรมปลูกผม 5 เทคนิค ที่ The Skin Clinic ช่วยแก้ไขปัญหาผมทุกรูปแบบ ให้คุณมีเส้นผมหนาดกดำอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัดหรือพักฟื้นนาน หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดจากทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ 


READ MORE>>>