Home บทความ ไลฟ์สไตล์ ของหวาน กินยังไงไม่ให้อ้วน แจกทริกสำหรับคนคุมน้ำหนัก

ของหวาน กินยังไงไม่ให้อ้วน แจกทริกสำหรับคนคุมน้ำหนัก

ของหวานกินยังไงไม่ให้อ้วน

กินของหวานตอนไหนไม่อ้วน แชร์เคล็ดลับนางฟ้าที่ต้องรู้

วันไหนที่รู้สึกอ่อนล้า หมดแรง เหนื่อยกายใจ เชื่อว่าของหวานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน เบเกอร์รี ช็อกโกแลต หรือของกินเล่นที่มีรสชาติหวานนำ คงช่วยฮีลใจและร่างกายในวันที่เหนื่อยล้าได้ดี แต่ทว่าการกินของหวานในปริมาณมากเกินไป บวกกับการกินไม่เป็นเวลากลับมาพร้อมปัญหาใหญ่นั่นคือการทำให้คุณอ้วนขึ้นแบบไม่ต้องสงสัย ดังนั้นการจำกัดปริมาณการกินเพื่อสุขภาพที่ดีจึงมีความสำคัญ บทความนี้ The Skin Clinic เอาใจสาว ๆ สายหวาน แนะทริกของหวาน กินยังไงไม่ให้อ้วน รับรองว่าช่วยให้คนลดน้ำหนักสบายใจหายห่วง

โทษของการกินหวาน ส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง?

แม้ว่าร่างกายยังคงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารต่าง ๆ อย่างครบถ้วน อย่างน้ำตาลก็ยังมีความจำเป็นอยู่เช่นกัน เพราะหากเลี่ยงการกินน้ำตาลแบบ 100% ในบางรายอาจมาพร้อมปัญหาด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาการหน้ามืด เวียนหัว อ่อนเพลีย ฯลฯ ที่เป็นผลพวงมาจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ขณะเดียวกันการรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป หรือกินอาหารรสชาติหวานจัดเป็นประจำ อาจส่งผลกระทบทำให้ระบบภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำลง ผลที่ตามมาคือติดเชื้อง่าย เกิดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ที่สำคัญการกินหวานยังมาพร้อมผลลัพธ์เชิงลบ ดังนี้

1. ไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และอาจเจอปัญหาอ้วนลงพุง ที่เป็นต้นเหตุของโรคร้าย

2. ทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรง

3. ความดันเลือดเพิ่มสูงที่เกิดมาจากปัญหาไขมันอุดตัน

4. ภาวะเลือดเป็นกรดที่ส่งผลให้ร่างกายเสียสมดุลและระบบการทำงานร่างกายล้มเหลว

5. ทำให้แก่เร็ว มีริ้วรอยก่อนวัย เพราะน้ำตาลเป็นตัวการทำลายโครงสร้างคอลลาเจน

6. ง่วงนอนง่าย สมองทำงานช้า ไม่สดชื่น และมีอาการเซื่องซึม

ขนมหวาน
แจกวิธีกินของหวานอย่างไรไม่ให้อ้วน

กินของหวานยังไงไม่ให้อ้วน เคล็ดลับง่าย ๆ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

จำกัดปริมาณการกิน

อาหารทุกประเภทล้วนมีปริมาณการกินในแต่ละวันที่เหมาะสม ดังนั้นการกินของหวานคุณจำเป็นต้องจำกัดปริมาณให้พอดีด้วยเสมอ ตัวอย่าง เค้ก 1 ก้อนกินแค่ 3 – 4 คำ หรือกินให้พอรู้สึกหายอยาก ที่สำคัญควรกินอย่างมีสติ รู้ว่าตัวเองควรกินในปริมาณเท่าใด ควรเลี่ยงของหวานประเภทใด เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การจำกัดปริมาณสำเร็จผลแล้ว

กินของหวานให้เป็นเวลา

หากถามว่ากินของหวานเวลาไหนดี? จริง ๆ แล้วแนะนำให้กินช่วงเวลาเช้าถึงบ่ายสอง เพราะช่วงบ่ายเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังเผาผลาญได้ดี แถมยังสามารถเอาพลังงานไปใช้ได้ทั้งวัน ที่สำคัญต้องเลี่ยงการกินของหวานตอนเย็นหรือตอนดึก ๆ เพราะเป็นเวลาใกล้เข้านอนที่ร่างกายไม่สามารถทำการเผาผลาญได้แล้ว หากกินของหวานเข้าไปความอ้วนอยู่ไม่ไกลแน่นอน

เลือกกินของหวานแบบ Low-fat

ใจอยากกินของหวานแบบขั้นสุด แต่กังวลเรื่องความอ้วนเอามาก ๆ แนะนำให้เลือกกินของหวานแบบ Low-fat หรือของหวานที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบไขมันต่ำ หากเป็นเครื่องดื่มอาจเลือกกินเป็นสมูทตี้ผลไม้ โกโก้ หรือชานมแบบหวานน้อย และเลี่ยงการเติมท็อปปิ้งต่าง ๆ ทั้งวิปครีม ไข่มุก เท่านี้ก็ช่วยให้รู้สึกผิดน้อยลงแล้ว

งดแป้งและของหวานในวันถัดมา

สำหรับใครที่เผลอกินของหวานในปริมาณที่มากเกินพอดี ในวันถัดไปแนะนำให้คุมอาหารกันแบบด่วน ๆ โดยเน้นการกินโปรตีน ผัก และผลไม้เป็นหลัก ที่สำคัญควรเลี่ยงแป้ง น้ำตาล และของหวาน พร้อมดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอเพื่อเร่งการเผาผลาญของร่างกาย วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังช่วยคุมหิวและลดความอยากอาหารระหว่างวันได้อีกด้วย

ออกกำลังกายเบิร์นไขมัน

ยิ่งกินเข้าไปมากเท่าไหร่ยิ่งต้องเอาออกมากเท่านั้น วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง แต่ยังช่วยให้คุณเผาผลาญและเบิร์นไขมันที่เกินพอดีออกไปได้ด้วย แต่ถึงอย่างไรไม่ได้หมายความว่าคุณจะกินของหวานในปริมาณที่มากขึ้นได้หากออกกำลังกายเยอะ เพราะคุณยังคงต้องปฏิบัติตามทริกก่อนหน้าอยู่เช่นเดิม จึงจะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพตามต้องการ

ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำของหวานหินยังไงไม่ให้อ้วน ที่ The Skin Clinic นำมาบอกต่อ แต่ละทริกบอกเลยว่าช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญไม่ได้ช่วยลดปัญหาความอ้วนและช่วยปรับเกณฑ์น้ำหนักส่วนสูงผู้หญิงให้สมส่วนได้เท่านั้น แต่การจำกัดปริมาณน้ำตาลอย่างพอดี ยังช่วยป้องกันโรคอันตรายต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพคุณในระยะยาวได้อีกด้วย

>> ปรึกษาหมอเรื่องลดน้ำหนัก คลิกที่นี่ <<

READ MORE >>>

Exit mobile version