พระราม9 แขวงห้วยขวาง 066 115 6837

tsctheskin.ads@gmail.com

บอกสูตร 10 วิธีลดน้ำหนักผู้ชาย 1 เดือน หุ่นเฟิร์มกระชับ

ฉบับเร่งด่วน! ผอมได้ภายใน 1 เดือน แบบไม่ต้องอดอาหาร

เชื่อว่าคุณผู้ชายหลายคนเคยตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยเริ่มจากการอดอาหาร งดของทอดของมัน งดน้ำตาล แต่กลับพบว่าน้ำหนักตัวยังไม่ลดลงสักที หรือว่าระยะเวลาภายใน 1 เดือนน้อยเกินไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการลดน้ำหนักภายใน 1 เดือนสามารถทำได้ง่าย ๆ  เพียงแต่คุณอาจลดน้ำหนักแบบผิดวิธี ซึ่งการลดน้ำหนักที่ดีต้องเริ่มต้นตั้งแต่ “การกิน” จำกัดปริมาณอาหาร คำนวณแคลอรี่ในแต่ละวัน ที่สำคัญต้องทำควบคู่กับการออกกำลังกายเสมอ แต่ยังมีปัจจัยเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ส่งผลให้น้ำหนักตัวไม่ลดลง

บทความนี้จึงรวบรวมวิธีลดน้ำหนักผู้ชายภายใน 1 เดือน ปั้นหุ่นพังให้เป๊ะเวอร์ เพิ่มดีกรีฮอตในตัวคุณมาบอก อีกทั้งยังไม่ต้องมานั่งอดอาหารอีกด้วย

ผู้ชายกำลังวัดรอยเอว
ลดน้ำหนักผู้ชายในระยะเวลา 1 เดือน

ลดน้ำหนักแบบไม่อดอาหาร ผอมลงได้ภายใน 1 เดือน 

1. ลดความหวาน

อาหารคาวหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ อาทิ  ชา กาแฟ น้ำผลไม้ ล้วนมีน้ำตาลแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก แนะนำให้ระมัดระวังในการทานอาหารทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน โดยในแต่ละวันร่างกายควรได้รับน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมเท่านั้น

2. ลดอาหารประเภทมันหรือทอด

การกินอาหารประเภทของมันของทอดมากเกินไป อาจส่งผลเสียกับสุขภาพได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้และเปลี่ยนเป็นกินอาหารแบบต้ม ตุ๋น นึ่ง รวมถึงลดอาหารประเภทมีไขมันสูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดัน ที่สำคัญยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี

3. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

การดื่มน้ำช่วยทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้ดี และยังช่วยให้เราไม่รู้สึกโหยอาหารมากเกินไป โดยปกติคนเราควรดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างน้อย 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2 ลิตรต่อวัน นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกินในร่างกายอีกด้วย

ผู้ชายกำลังดื่มน้ำเปล่า
การดื่มน้ำช่วยให้ไม่รู้สึกโหยอาหารมากเกินไป

4. กินแบบ Intermittent Fasting (IF) 

การกินแบบ Intermittent Fasting (IF) คือการจำกัดระยะเวลาการกิน แนะนำให้ทำควบคู่กับการออกกำลังกายจะช่วยลดน้ำหนักได้ดี เน้นทำ IF 16/8 ชั่วโมง หมายความว่า 16 ชั่วโมง คือช่วงเวลาหยุดกินเพื่อให้ร่างกายเผาผลาญได้อย่างเต็มที่ ส่วนอีก 8 ชั่วโมง คือกินได้แต่ต้องยึดตามหลัก Low Carb High Fat + กินเมื่อหิวเท่านั้น

5. ทานผักผลไม้ทุกมื้ออาหาร

การทานผักผลไม้ในทุกๆ  มื้ออาหาร นอกจากจะมีแคลอรีต่ำวิตามินและแร่ธาตุสูง ยังช่วยให้อิ่มนานไม่รู้สึกหิวระหว่างวัน ที่สำคัญผักผลไม้ยังเพิ่มใยอาหารและไฟเบอร์ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ระบบการย่อยอาหารเป็นไปตามปกติ

6. กินอาหารแบบคีโต (Keto Diet)

การกินคีโตคือการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลดลงไม่เกิน 50 กรัมต่อวัน และเพิ่มปริมาณโปรตีนและไขมัน แนะนำเน้นทานอาหาร อาทิ เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะนำพลังงานจากไขมันมาใช้แทนพลังงานจากกลูโคส (น้ำตาล) เพราะหากบริโภคคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ฮอร์โมนอินซูลินจะเปลี่ยนส่วนเกินให้เป็นไขมันและสะสมอยู่ตามร่างกาย

7. พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลและน้ำหนักได้ดี ส่งผลให้ร่างกายลดปริมาณฮอร์โมนต่าง ๆ อาทิ ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร ส่งผลให้ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอรู้สึกหิวบ่อยกว่าปกติ แนะนำนอนพักผ่อนให้เพียงพอประมาณวันละ 7-8 ชั่วโมง

8. การเดินออกกำลังกาย

การเดินออกกำลังกายวิธีลดน้ำหนักที่ทำได้ง่ายที่สุด ช่วยเผาผลาญไขมันและลดความอ้วนได้ดี แนะนำเริ่มต้นเดิน 30 นาทีต่อวัน ด้วยความเร็วประมาณ 6.4 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ระบบการเผาผลาญจะทำงานได้ดี ทำให้ไขมันส่วนเกินบนร่างกายลดลง

ผู้ชายกำลังเดินออกกำลังกาย
การเดินออกกำลังกายช่วยเผาผลาญไขมัน

9. กระโดดเชือก 

กระโดดเชือกเป็นวิธีออกกำลังกายที่ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด เพียงคุณกระโดดเชือก 15 นาที เทียบเท่ากับการวิ่งออกกำลังกาย 30 นาที และช่วยเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,300 แคลอรี่/ชม.

10. ดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า

น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น แนะนำดื่มน้ำอุ่นโดยใส่มะนาวฝานลงไปด้วยในตอนเช้าของทุกวัน การดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า ช่วยดีท็อกซ์และเผาผลาญไขมันได้ดี

สรุปได้ว่า : การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่ายและมีปัจจัยเกี่ยวข้องจำนวนมาก ในระยะเวลา 1 เดือน คุณสามารถลดน้ำหนักได้ เพียงแต่การลดน้ำหนักมากน้อยขึ้นอยู่กับความอ้วนหรือปริมาณไขมันสะสมของแต่ละคน รวมถึงระบบเผาผลาญภายในร่างกาย แนะนำควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แต่สำหรับคุณผู้ชายที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนหรือหาตัวช่วยเสริม แนะนำนวัตกรรมสร้างหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม สลายไขมันส่วนเกิน ที่ The Skin Clinic

นวัตกรรมสร้างหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม กำจัดไขมันส่วนเกิน ที่ The Skin Clinic

Liposculpture ดูดไขมัน แกะสลักไขมันเหลาเรียว 3 มิติ

การสลายไขมันด้วยเครื่อง Electrotherapy ช่วยทำลายเซลล์ต้นกำเนิดไขมันให้ตาย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้มาแทนที่ถุงไขมันเดิม ลดโอกาสการกลับมาอ้วนซ้ำ และยังช่วยให้ผิวกระชับ นอกจากนี้ในขั้นตอนการรักษายังช่วยห้ามเลือด ลดอาการช้ำเขียว และลดระยะเวลาพักฟื้นหลังการรักษา การดูดไขมัน Liposculpture ต่างจากการดูดไขมันปกติทั่วไปตรงที่แผลจะมีขนาดเล็กเพียง 2.5 มิลลิเมตรและไม่ทำลายเนื้อเยื่อ ที่สำคัญแพทย์จะมีเทคนิคซ่อนรูแผลบนจุดซ่อนเร้นของร่างกายเพื่อทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นอีกด้วย เทคนิคแกะสลักไขมันเหลาเรียวแบบ 3 มิติ จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

การดูดไขมันเหมาะกับใคร

– ผู้ที่ไม่ได้อ้วนทั้งตัวแต่เป็นการสะสมของไขมันเฉพาะที่

– ผู้ที่ไม่ได้มีน้ำหนักเกินปกติมาก

– ไม่สามารถลดไขมันสะสมได้ด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร

Lipo Slim ฉีดเมโสแฟตสลายไขมัน

เมโสแฟต เป็นวิธีสำหรับการฉีดสลายไขมัน โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น โดยใช้ตัวยาที่มีส่วนช่วยให้ไขมันแตกตัวหรือสลายตัว หลังจากนั้นไขมันจะขับออกทางระบบน้ำเหลือง เช่น การปัสสาวะ ทำให้ไขมันบริเวณนั้นลดลง ช่วยกระชับสัดส่วน ไม่ทำให้ผิวดูหย่อนคล้อย และช่วยลดกระบวนการเกิดเซลล์ไขมันใหม่  ทำให้โครงสร้างผิวจะค่อย ๆ ลดขนาดลง ดูเรียวกระชับมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ระบบเผาผลาญไขมันภายในร่างกายทำงานได้เต็มที่ สามารถฉีดได้ทุกส่วนบนร่างกาย อาทิ ต้นแขน หน้าท้อง ต้นขา และบริเวณรอบเอว ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาไขมันส่วนเกินของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป

โปรโมชั่นที่น่าสนใจ : Lipo Slim เหมายกขวด ราคาเพียง 2,999 บาท แถมฟรี HIFU 1 ครั้ง เมื่อจองผ่านออนไลน์เท่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการลดความอ้วนภายใน 1 เดือน หากคุณมีปัญหาเรื่องรูปร่าง ที่ The Skin Clinic สร้างหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัย มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถสอบถามข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ผ่านทาง LINE ได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

READ MORE>>>