พระราม9 แขวงห้วยขวาง 066 115 6837

tsctheskin.ads@gmail.com

น้ำอัดลมกับเบียร์อันไหนอ้วนกว่ากัน ไม่อยากลงพุงต้องรู้

ดื่มเบียร์กับน้ำอัดลม ส่งผลเสียต่อสุขภาพและรูปร่าง

น้ำอัดลมและเบียร์ ถือเป็นเครื่องดื่มที่อยู่ในกลุ่มอาหาร Empty Calories หรืออาหารไร้คุณค่าทางอาหารเป็นประเภทเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่นิยมดื่มเพื่อคลายร้อน ดับกระหาย และคลายความเหนื่อยล้า หลายคนอาจยังไม่ทราบดีว่าจริง ๆ แล้ว น้ำอัดลมกับเบียร์มีคุณประโยชน์และโทษที่ต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแต่ละบุคคลและปริมาณในการดื่ม หากดื่มมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

โดยทั่วไปเครื่องดื่มเหล่านี้มีส่วนผสมของน้ำตาลและไขมัน ทำให้มีปริมาณสารอาหารที่ให้พลังงานเป็นจำนวนมาก ทางการแพทย์เรียกว่า “แคลอรี่ (Calories)” เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานจะถูกนำไปสะสมเป็นไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาทิ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก รวมถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจนกลายเป็นโรคอ้วน หากไม่อยากให้เครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพและรูปร่าง เรามีข้อมูลเกี่ยวกับน้ำอัดลมและเบียร์ดื่มอย่างไรให้ไม่อ้วน รวมถึงแนวทางในการลดความอ้วนจากเครื่องดื่มเหล่านี้ 

ทำความรู้จัก “น้ำอัดลม”

น้ำอัดลม เครื่องดื่มคลายร้อนดับกระหายดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า โดยทั่วไปน้ำอัดลมไม่ว่าจะรสชาติไหนมักมีองค์ประกอบหลัก คือ น้ำ น้ำตาล กรดคาร์บอนิก กรดฟอสฟอริก คาเฟอีน สี กลิ่น รส รวมถึงสารกันบูด ซึ่งสารเหล่านี้มีคุณประโยชน์และโทษที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

โดยองค์ประกอบพื้นฐานของน้ำอัดลม คือ “น้ำ” เมื่อร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบประมาณ 60 – 70% ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยรักษาสมดุลต่าง ๆ ให้กับร่างกาย อาทิ ให้ร่างกายมีอุณหภูมิคงที่ ช่วยละลายสารอาหารต่าง ๆ เช่น วิตามิน แร่ธาตุ ทำให้เซลล์ต่าง ๆ ดูดซึมสารอาหารและนำไปใช้ประโยชน์ แต่น้ำไม่ได้ให้พลังงานแก่ร่างกาย

เครื่องดื่มน้ำอัดลม

น้ำอัดลมมีกี่แคลอรี่? 

น้ำอัดลมไม่มีสารอาหารประเภทโปรตีนและไขมัน ดังนั้น “น้ำตาล”  จึงเป็นสารอาหารชนิดเดียวที่อยู่ในน้ำอัดลม โดยทั่วไปน้ำตาลที่ใช้ คือ ซูโครส (น้ำตาลทราย) เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม หากลองสังเกตดี ๆ จะพบว่าในทุก ๆ 100 มิลลิลิตร ประกอบด้วยน้ำตาลประมาณ 10.6 กรัม (ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำอัดลม) ประมาณ 42.4 กิโลแคลอรี เมื่อคุณดื่มน้ำอัดลม 1 ลิตร จะให้พลังงาน 424 กิโลแคลอรี่ ในขณะที่ร่างกายคนเราต้องการพลังงานวันละประมาณ 2,000 – 2,500 กิโลแคลอรี่ เพื่อทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและรูปร่าง 

ดื่มน้ำอัดลมทำให้อ้วนจริงไหม?

ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าโดยปกติร่างกายต้องการพลังงานวันละประมาณ 2,000 – 2,500 กิโลแคลอรี่ แต่หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไปส่งผลให้มีปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดมากกว่าที่ร่างกายต้องการ สารที่ชื่อว่า “อินซูลิน” จะทำงานหนักเพื่อเก็บน้ำตาลที่มากในกระแสเลือดในรูปแบบของไกลโคเจนและไขมันใต้ผิวหนัง จนเป็นเหตุทำให้น้ำหนักมากขึ้นและอ้วนขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้การบริโภคน้ำอัดลมมากเกินไปยังทำให้อิ่มและรับประทานอาหารได้น้อยลง เป็นเหตุทำให้ร่างกายขาดสมดุลทางโภชนาการ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อาทิ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ทำให้นอนหลับยาก รวมถึงฟันผุ กระดูกพรุน เพราะกรดคาร์บอนิกที่ทำให้น้ำอัดลมซ่า มีฟอง สามารถกัดกร่อนกระดูกและฟันได้

ทำความรู้จัก “เบียร์”

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำมาจากธัญพืช อาทิ ข้าวสาลี ข้าวไรย์ หรือข้าวบาร์เลย์ หมักเข้ากับยีสต์และใส่ดอกฮ็อพเพื่อเพิ่มรสขม ช่วยตัดรสหวานที่มาจากน้ำตาลในธัญพืช นอกจากนี้ผู้ผลิตบางรายอาจเพิ่มวัตถุดิบอื่นเข้าไปเพื่อสร้างรสชาติที่แปลกใหม่ เบียร์แต่ละยี่ห้อมีปริมาณแอลกอฮอล์แตกต่างกันไป สังเกตได้จากค่า ABV หรือ Alcohol By Volume ที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ โดยจะเป็นตัวระบุเปอร์เซ็นต์ที่แสดงถึงปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร หากระบุค่า ABV 4 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเบียร์ในปริมาณ 100 มิลลิลิตรจะมีแอลกอฮอล์อยู่ 4 มิลลิลิตร โดยทั่วไปเบียร์ที่จำหน่ายตามท้องตลาดมักมีค่า ABV อยู่ 4 – 6 เปอร์เซ็นต์ แต่บางยี่ห้ออาจมีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยกว่าหรือมากกว่านั้น

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เบียร์มีกี่แคลอรี่? 

เบียร์แต่ละประเภทมีปริมาณแคลอรี่ที่แตกต่างกันออกไป โดยเบียร์ขนาดมาตรฐาน 355 มิลลิลิตรที่มีค่า ABV 4 เปอร์เซ็นต์ ให้พลังงานประมาณ 153 แคลอรี่ ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 13 กรัม โปรตีน 2 กรัม และไขมัน 0 กรัม เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่าจะให้พลังงานมากกว่า เพราะแอลกอฮอล์ 1 กรัม ให้พลังงานมากถึง 7 แคลอรี่ นอกจากนี้เบียร์ยังประกอบไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการ อาทิ โซเดียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม แต่ก็มีอยู่ในปริมาณที่น้อยมากจึงไม่เหมาะเป็นแหล่งสารอาหารหลักของร่างกาย

ดื่มเบียร์ทำให้อ้วนจริงไหม?

การดื่มเบียร์ปริมาณมากหรือดื่มเป็นประจำทุกวันอาจทำให้ปริมาณไขมันในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จนเกิดการสะสมตามส่วนต่าง ๆ อาทิ ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง สะโพก เป็นต้น แต่จะเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณรอบเอว ซึ่งอาจทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนลงพุงได้โดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญไขมันบริเวณรอบเอวยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน เป็นต้น 

เนื่องจากเบียร์ขัดขวางการเผาผลาญไขมัน กระบวนการย่อยสลายแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดของเสียที่เรียกว่า Acetate  และ Acetaldehyde เมื่อสมองตรวจจับสารทั้ง 2 ชนิดนี้ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในตัว และสั่งให้ร่างกายแปลงของเสียที่ย่อยจากแอลกอฮอล์ที่ให้กลายเป็นไขมัน ดังนั้นการดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอดีหรือน้อยกว่า 500 มิลลิลิตร/วัน อาจไม่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักตัวและไขมันรอบเอว

 การดื่ม “น้ำอัดลม” และ เบียร์ ที่เหมาะสม

  • ไม่ดื่มในปริมาณมาก 
  • ไม่ดื่มระหว่างมื้ออาหารหลัก 
  • หลังดื่มควรบ้วนปากหรือแปรงฟันเสมอเพื่อป้องกันฟันผุ 
  • ไม่ควรดื่มบ่อยโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ อาจทำให้กระเพาะเกิดแผลได้

สรุปได้ว่า :  การดื่มน้ำอัดลมและเบียร์สามารถทำให้เกิดโรคอ้วนหรืออ้วนลงพุงได้ หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไป อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อสุขภาพและรูปร่างในระยะยาว ดังนั้นการดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและถูกวิธี ก็สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายได้ 

อ้วนลงพุง น้ำหนักเพิ่มขึ้น

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มประเภทนี้หรือดื่มเป็นประจำทุกวันจนส่งผลกระทบต่อรูปร่างและจิตใจ ทำให้ขาดความมั่นใจตัวเองและมีรูปร่างที่อ้วนลงพุง เราแนะนำวิธีลดปัญหาไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องแบบเร่งด่วนด้วยวิธีทางการแพทย์ อย่าง “ดูดไขมันลดสัดส่วน” กำจัดไขมันส่วนเกินตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย กระชับผิวที่หย่อนคล้อยโดยไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลอย่างรวดเร็ว หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

แนะนำดูดไขมันลดสัดส่วน ที่ The Skin Clinic

ดูดไขมันลดสัดส่วนด้วยเทคนิค Liposculpture หรือเทคนิคดูดไขมันแบบเหลาเรียว 3 มิติ ด้วยเครื่อง Electrotherapy เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด คุณภาพจากประเทศเยอรมันที่องค์กรอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริการับรองแล้วว่ามีความปลอดภัยสูงในการดูดไขมัน หลังทำขนาดแผลเล็กมาก เห็นผลอย่างรวดเร็ว 

ดูดไขมันลดสัดส่วน Liposuction

โปรแกรมพิเศษ! ดูดไขมันแกะสลัก เหลาลดสัดส่วน ไม่จำกัด CC ไม่เป็นคลื่นหลังทำ สัดส่วนไม่ลง ดูดซ้ำ ย้ำฟรี!! Liposculpture ดูดสลายไขมันส่วนเกิน แขน หน้าท้อง ต้นขา ฯลฯ แกะสลักเหลาเรียว 3 มิติ สัดส่วนลดลง มีรับประกันหลังทำ เทคนิคซ่อนแผลเล็ก! เริ่มต้นจุดละ 12,500 บาท เท่านั้น 

***ราคานี้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม


 

READ MORE>>>

APPOINTMENT “ สอบถามโปรโมชั่น/ปรึกษาฟรี/จองคิว ”
** ลงทะเบียนติดต่อเรา **

ผู้กรอกแบบสอบถามและให้ข้อมูลตามขั้นตอนขั้นต้นยืนยันว่า ได้อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว และ ได้กรอกข้อมูลของผู้กรอกเองตามความเป็นจริง เพื่อวัตถุประสงค์ในการติดต่อและนำเสนอผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการแจ้งข่าวสาร/นำเสนอ สินค้าและสิทธิพิเศษทางการตลาด/การนำเสนอของผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการต่างๆ