Botulinum toxin หน้าเรียว ลดริ้วรอย

โบท็อกซ์ (Botox) คืออะไร และทำงานอย่างไร ?

"โบท็อกซ์" เป็นชื่อทางการค้าของสารชีวภาพชนิดหนึ่งคือ โบทูลินัม ท็อกซิน เอ ที่มาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัวชั่วคราว ดังนั้นจึงนิยมนำโบท็อกซ์มาใช้สำหรับการลดรอยย่นของผิวหนัง เช่นรอยย่นเวลาขมวดคิ้ว เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหดตัวแล้ว เวลาขมวดคิ้วกล้ามเนื้อจึงไม่จับกันเป็นก้อนนูนออกมา และยังสามารถช่วยในการปรับแต่งรูปหน้าได้ เช่น ยกคิ้ว ยกมุมปาก ลดปีกจมูก

ผลของการฉีด โบท็อกซ์

ในกรณีที่ฉีดเพื่อการลดริ้วรอย หลังฉีดโบท็อกซ์แล้ว ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์เช่น การขมวดคิ้ว รอยย่นจมูกที่เกิดจากการยิ้มจะลดลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ หรือกรณีที่ฉีดปรับแก้ไขรูปหน้า ก็ทำได้ในหลายกรณี เช่น การฉีดลดกล้ามเนื้อตรงส่วนกรามให้เล็กลงส่งผลให้หน้าดูเรียวขึ้น การทำให้คิ้วโก่ง ให้มุมปากที่ตกยกขึ้น ปีกจมูกเล็กลง นอกจากนี้ยังมีความสามารถควบคุมต่อมเหงื่อ เพื่อลดเหงื่อใต้วงแขน โดยการทำงานยับยั้งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ Sympathetic ที่ควบคุมต่อมเหงื่อทำให้ผลิตเหงื่อลดลง

หลังฉีดโบท็อกซ์เป็นเวลานานเท่าใดจึงจะเห็นผล?

เห็นผลได้ในประมาณ 3-7 วัน ซึ่งผลจากการฉีดจะอยู่ได้ราว 6-8 เดือน โดยสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อกล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิม

เหตุใตจึงควรฉีดโบท็อกซ์แทนการศัลยกรรม

เพราะกรรมวิธีในการฉีด Botox นั้นแสนง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ฉีดเสร็จก็สามารถกลับบ้านได้เลย หรือไปเดินช็อปปิ้งต่อก็ยังได้ แถมราคาก็สบายกระเป๋า เพราะเสริมแต่ง หรือ แก้ไขเฉพาะจุดที่จำเป็น โดยเฉพาะผู้เข้ารับการรักษาที่มีอายุน้อยซึ่งความแข็งแรงยืดหยุ่นของผิวพรรณยังค่อนข้างสมบูรณ์ดีอยู่ จะใช้ยาในปริมาณที่น้อยมาก การแก้ไขในบางจุดจึงมีราคาแค่พันต้นๆ เท่านั้น

ใครบ้างที่ฉีดโบท็อกซ์ได้?

การฉีดโบท็อกซ์นั้นเหมาะกับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป เพราะรูปหน้าคงที่แล้ว หากแต่ไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวยุคใหม่ ที่ต้องการปรับแต่งรูปหน้าให้สวยเนี้ยบยิ่งกว่า ต้องการปรับเล็กๆ น้อยๆเพื่อแก้โหงวเฮ้ง หรือเสริมบุคลิกภาพเพื่อสังคม ผู้มีอายุต่ำกว่านั้นก็สามารถทำได้ ไม่ต้องรอให้วัยล่วงเลย

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีด Botox ?

  • ผู้ป่วยโรคระบบกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Albumin
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Botulinum Toxin
  • หญิงมีครรภ์อยู่ระหว่างให้นมบุตร

เตรียมตัวก่อนการฉีด

  • ห้ามรับประทานยาลดการอักเสบ หรือแอสไพริน ก่อนการฉีดยา 1 อาทิตย์
  • ควรหยุดรับประทานวิตามิน โดยเฉพาะ วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย และสมุนไพรร้อน เช่น โสม ก่อนการรักษาประมาณ 2-3 วัน

การดูแลหลังรับบริการ Botox

  • ห้ามนอนราบ 3 ชม. หลังทำ เนื่องจากตัวยาอาจกระจายออกนอกตำแหน่งที่ฉีด ทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการ
  • ห้ามนวดบริเวณที่ฉีด เพราะทำให้ยากระจายตัวไปที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาได้
  • ขยับกล้ามเนื้อที่ฉีด ทุก 15 นาที ในชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ดีขึ้น
  • หากมีรอยช้ำหลังฉีด ประคบเย็นที่บ้านต่อ ไม่ให้นวด หรือประคบอุ่น และงดทานยาจำพวก แอสไพริน วิตามินอี สมุนไพรร้อน เช่น แปะก๊วย โสม 2-3 วัน เพื่อลดรอยช้ำหลังฉีด (หากมี)
  • ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 2 อาทิตย์แรกซึ่งอาจจะมีผลทำให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้ไม่ดี หรืออาจแย่ไปกว่านั้นอีกก็คือ ทำให้เกิดริ้วรอยแผลบริเวณตำแหน่งที่ฉีดโบท็อกซ์
  • ช่วงเดือนแรกงดเว้นการนวดหน้าแรงๆ หรือ การทำ treatment ร้อน เช่น RF, การซาวน่า
  • สำหรับผู้ที่ฉีดหน้าเรียว ควรงดเว้นการเคี้ยวหมากฝรั่ง เนื่องจากจะทำให้การฉีดไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
  • กลับมาพบแพทย์ครั้งต่อไปอีก 1 อาทิตย์ หรือถ้าฉีดหน้าเรียวพบแพทย์ครั้งต่อไปอีก 2 อาทิตย์หลังจากวันที่ฉีด หรือหากมีข้อสงสัย หรือ มีอาการผิกปกติอย่างใด สามารถกลับมาพบแพทย์ได้ทันที หรือโทรสอบถามเบื้องต้นมาทางคลินิก

การฉีดโบท็อกซ์ อันตรายหรือไม่ และมีผลข้างเคียงอย่างไร?

การฉีดมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อตายแต่อย่างใด ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงอย่างเช่น อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ คันคันบริเวณที่ฉีด หรือบางรายหนังตาตก แต่พบได้น้อยมาก โดยเฉพาะหากฉีดในปริมาณน้อยๆ เพื่อการปรับรูปหน้า และอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

การฉีดโบท็อกซ์ไม่ต้องรอจนรอยเหี่ยวย่นถามหา แค่ปรับรูปหน้านิดหน่อยคุณก็ดูดีขึ้นได้ สังคมของคนยุคใหม่กำลังมากับ The Boto-Society (โบโท-โซไซตี้) เพราะยิ่งหล่อเนี้ยบ ยิ่งสวยเป๊ะเท่าไร พลังแห่งความมั่นใจก็มากขึ้นเท่านั้น ทำอะไรก็ดูดี